
บอกเลยว่าตอนนี้ในพิทเลนเดือดปุดๆ! หลังจากจบศึก บาร์เซโลนา-กาตาลุนญ่า ที่ทำเอาแฟนความเร็วช็อกกันทั้งโลก เมื่อ ลูอิส แฮมิลตัน ระเบิดฟอร์มคว้าชัยชนะครั้งที่ 106 ในอาชีพ และที่สำคัญคือเป็นแชมป์ครั้งแรกภายใต้สีเสื้อ เฟอร์รารี่! งานนี้ทำเอาคะแนนสะสมของเขาพุ่งขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ตามหลัง คิมี อันโตเนลลี จาก เมอร์เซเดส อยู่เพียง 41 แต้มเท่านั้น
เมื่อ ‘เทพเจ้า’ คืนชีพ แต่ ‘เจ้าชาย’ กลับหลงทาง?
ในขณะที่แฮมิลตันโชว์ฟอร์มเทพ ชนะ 1 ที่สอง 2 จาก 3 เรซล่าสุด แต่ฝั่งของ ชาร์ลส์ เลอแคลร์ กลับเหมือนตกนรก เพราะไม่ได้แต้มเลยจากสองสนามที่ผ่านมาทั้งใน แคนาดา และ โมนาโก
หลายคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเลอแคลร์? แอดไปขุดข้อมูลมาให้แล้ว พบว่าปัญหาหลักอยู่ที่ ‘เบรก’ ครับ! ในสนามแคนาดาและโมนาโก เลอแคลร์ใช้ดิสก์เบรกคนละชุดกับแฮมิลตันและมันไม่เข้ามืออย่างแรง จนพอมาถึง สเปน เขาเลยตัดสินใจก๊อปปี้เซ็ตอัพเบรกของแฮมิลตันมาใช้ ซึ่งทำให้เขารู้สึกมั่นใจขึ้นและทำเวลาได้ดีในรอบซ้อมและ Q2
แต่ดราม่ามันอยู่ที่ Q3! เลอแคลร์พยายามจะเบรกให้ลึกเหมือนที่แฮมิลตันทำในโค้ง 4 แต่ดันคำนวณพลาด ความเร็วเกินจนรถเสียอาการพุ่งชนกำแพงไปแบบเจ็บใจ ซึ่งแฮมิลตันได้ให้สัมภาษณ์ถึงช็อตนี้ว่า “ผมเบรกลึกมากในโค้ง 4 ซึ่งมันเห็นได้ชัดเจน ผมคิดว่าชาร์ลส์น่าจะพยายามรักษาความเร็วเข้าโค้งให้ได้มากที่สุด แต่น่าเสียดายที่มันไม่เป็นไปตามแผนสำหรับเขา” ด้านเลอแคลร์เองก็ยอมรับแบบแมนๆ ว่า “โค้ง 4 คือจุดอ่อนของผมตลอดทั้งสุดสัปดาห์เมื่อเทียบกับแฮมิลตัน”
เมอร์เซเดสปวดตับ! เมื่อเด็กปั้นตีกันเอง
ฝั่ง เมอร์เซเดส ที่เคยครองโลกมาตั้งแต่ต้นซีซั่น กลับต้องมาปวดหัวกับคู่หู คิมี อันโตเนลลี และ จอร์จ รัสเซลล์ ที่สู้กันยิบตาจนลืมมองรถคันหน้า รัสเซลล์ถึงขั้นบอก โตโต้ วูล์ฟฟ์ ว่า “พวกผมรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ได้โปรดปล่อยให้พวกผมจัดการกันเองเถอะ”
แต่สุดท้ายโตโต้ก็ต้องสั่งเบรก เพราะการตีกันเองทำให้พวกเขาไล่แฮมิลตันไม่ทัน โดยโตโต้กล่าวว่า “ตอนนี้มีตัวแปรที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องในศึกชิงแชมป์ ทั้งทีมคอนสตรัคเตอร์และนักแข่ง เราต้องกลับไปคุยกันภายในว่าจะจัดการอย่างไรเพื่อไม่ให้ขัดขากันเอง ผมว่ามันไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แค่เราต้องปรับจูน (Recalibrate) กันใหม่”
แอสตัน มาร์ติน: จากความหวัง สู่ความ ‘น่าอับอาย’
ปิดท้ายด้วยเรื่องน่าเศร้าของ แอสตัน มาร์ติน ที่แทบไม่มีอัปเกรดอะไรเลยจนรถร่วงกราวลงมา แถมนักขับระดับตำนานอย่าง เฟอร์นันโด อลอนโซ่ ถึงกับหลุดปากว่าตอนนี้ประสิทธิภาพรถอยู่ในระดับที่ ‘น่าอับอาย’ โดยหวังว่าอัปเกรดชุดใหญ่ที่ เบลเยียม และเครื่องยนต์ ฮอนด้า ตัวใหม่หลังพักครึ่งซีซั่น จะช่วยดึงรถกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับ ออดี้ หรือ Racing Bulls ได้
ส่วนเรื่องสัญญาของอลอนโซ่ที่กำลังจะหมดสิ้นปีนี้ เจ้าตัวบอกว่า “ผมจะตัดสินใจหลังช่วงพักซัมเมอร์” แต่บอกตรงๆ ว่าถ้ารถไม่ดีขึ้น ทางเลือกของเขาก็น้อยลง เพราะคงไม่มีทีม Top 4 ทีมไหนเปิดประตูรับในวัยนี้
สรุปมุมมองแอด: เฟอร์รารี่ตอนนี้เครื่องแรงสู้เมอร์เซเดสไม่ได้ในทางตรง ซึ่ง 3 สนามหน้า (ออสเตรีย, อังกฤษ, เบลเยียม) เป็นสนามใช้พาวเวอร์ทั้งนั้น รอดูเลยว่าอัปเกรดเครื่องยนต์ตัวใหม่ของม้าลำพองจะช่วยให้เลอแคลร์กลับมาผงาด หรือจะโดนแฮมิลตันกลบรัศมีไปตลอดกาล!
ที่มา: bbc.com