ถอดปลั๊กโลกเสมือน! ลูอิส แฮมิลตัน เปิดใจเบื้องหลังการคัมแบ็คคว้าชัยครั้งแรกกับ เฟอร์รารี่ ที่บาร์เซโลนา

ถอดปลั๊กโลกเสมือน! ลูอิส แฮมิลตัน เปิดใจเบื้องหลังการคัมแบ็คคว้าชัยครั้งแรกกับ เฟอร์รารี่ ที่บาร์เซโลนา

บอกเลยว่านาทีนี้ไม่มีอะไรจะสะใจไปกว่าการได้เห็น ‘King Lewis’ กลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้ง! หลังจากที่ทำเอาแฟนๆ ใจหายใจคว่ำไปตามๆ กันในฤดูกาล 2025 ที่ผ่านมา แต่วันนี้ ลูอิส แฮมิลตัน ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่า ‘ของจริงยังไงก็คือของจริง’ ด้วยการคว้าชัยชนะครั้งแรกในสีเสื้อ เฟอร์รารี่ ได้สำเร็จในศึก บาร์เซโลนา-กาตาลุนญ่า กรังด์ปรีซ์ 2026!

จากจุดต่ำสุด สู่จุดสูงสุด: เมื่อปี 2025 คือฝันร้าย

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2025 ปีแรกที่ ลูอิส แฮมิลตัน ย้ายจาก เมอร์เซเดส มาซบตัก ม้าลำพอง หลังจากครองความยิ่งใหญ่มานับทศวรรษพร้อมแชมป์โลก 6 สมัย แต่เชื่อไหมว่าปีนั้นมันคือ ‘หายนะ’ ของเขาเลยล่ะ เพราะเขาต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อไล่ตามเพื่อนร่วมทีมอย่าง ชาร์ลส์ เลอแคลร์ ให้ทัน ผลสุดท้ายจบที่อันดับ 6 ในตารางคะแนน และที่ช็อกที่สุดคือเป็นปีแรกในรอบ 19 ปีที่เขาไม่มีชื่ออยู่บนโพเดียมเลยแม้แต่ครั้งเดียว!

แต่พอเข้าสู่ปี 2026 กับกฎระเบียบใหม่ ลูอิส ก็เริ่มโชว์ฟอร์มดุขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่การขึ้นโพเดียมที่ จีน จนมาถึงจุดพีคที่ บาร์เซโลนา โดยเขาออกสตาร์ทจาก P2 (ตามหลัง จอร์จ รัสเซลล์ แค่ 0.064 วินาที!) ก่อนจะใช้กลยุทธ์เข้าพิท 3 ครั้ง บวกกับจังหวะ Virtual Safety Car (VSC) ที่มาได้ถูกที่ถูกเวลา ทิ้งห่าง จอร์จ รัสเซลล์ ไปถึง 19 วินาที คว้าชัยชนะครั้งที่ 106 ในอาชีพไปแบบหล่อๆ

‘Unplugging from the Matrix’ : เคล็ดลับการกู้ร่างคืน

หลายคนสงสัยว่าเขาทำได้ยังไง? ลูอิส เฉลยว่าเขาต้อง ‘ถอดปลั๊กจากเมทริกซ์’ หรือการตัดขาดจากเสียงรบกวนรอบข้างนั่นเอง โดยเขาเปิดใจแบบแมนๆ ว่า:

“ผมก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งครับ มันมีช่วงเวลาที่ผมเห็นสิ่งต่างๆ และยอมให้สิ่งเหล่านั้นเข้ามาส่งผลกระทบต่อจิตใจผมอย่างรุนแรง แต่หลังจากนั้นผมก็เข้าสู่ช่วงของการ ‘ถอดปลั๊ก’ จากเมทริกซ์เหล่านั้น”

นอกจากเรื่องใจแล้ว เรื่องกายก็สำคัญ ลูอิสเผยว่าช่วงต้นปี 2025 เขาได้รับบาดเจ็บและต้องทนกับมันอยู่นานหลายเดือน ทำให้ฟอร์มตก ดังนั้นช่วงหยุดพักเขาจึงให้เวลากับครอบครัว เพื่อนสนิท และเข้าโปรแกรมฝึกซ้อมที่หนักที่สุดในชีวิตเพื่อรีเซ็ตร่างกายให้พร้อมลุยกับเหล่านักขับรุ่นกระทงวัย 19 ปี

นวัตกรรม ‘Macarena’ และการรับฟังของ เฟอร์รารี่

อีกหนึ่งกุญแจสำคัญคือตัวรถ ลูอิส ชมเปาะ เฟรด วาสเซอร์ และทีมงานว่าปีนี้พวกเขา ‘ฟัง’ เขามากขึ้น โดยเฉพาะนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างชิ้นส่วนตรงท่อไอเสียด้านหลัง และปีกหลังที่เขาตั้งฉายาว่า ‘Macarena’ ซึ่งลูอิสบอกว่า “นี่แหละคือสิ่งที่ผมเรียกร้องมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และทีมก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถเป็นผู้นำในเรื่องนวัตกรรมได้”

ลูอิสทิ้งท้ายด้วยความถ่อมตัวว่า เส้นทางนี้ยังอีกยาวไกล เพราะ เมอร์เซเดส ยังคงแข็งแกร่ง แต่การได้ใส่เสื้อสีแดงยืนบนโพเดียมครั้งนี้มันคือความรู้สึกที่สุดยอด และเขาอาจจะใส่เสื้อตัวนี้เข้านอนคืนนี้เลยก็ได้!


ที่มา: formula1.com