เขียวจัดปลัดบอก! F1 กางแผนกู้โลก ลดคาร์บอนดุเหมือนโดนสั่งลดน้ำหนัก เทียบเท่าบินไป-กลับนิวยอร์ก 1 แสนเที่ยว!

เขียวจัดปลัดบอก! F1 กางแผนกู้โลก ลดคาร์บอนดุเหมือนโดนสั่งลดน้ำหนัก เทียบเท่าบินไป-กลับนิวยอร์ก 1 แสนเที่ยว!

สายซิ่งเตรียมเฮ! ใครที่เคยโดนแซะว่า Formula 1 เป็นกีฬาที่ทำลายโลก พ่นควันโขมง ขนของข้ามทวีปแบบไม่สนลูกใคร วันนี้ F1 เขาออกมาตบหน้าขาแซะด้วยตัวเลขชุดใหญ่ไฟกะพริบ ยืนยันว่าโปรเจกต์ “Net Zero 2030” หรือเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี 2030 ไม่ใช่แค่ราคาคุย แต่มันกำลังเกิดขึ้นจริง!

ล่าสุดทาง F1 เผยข้อมูลที่ทำเอาแอดตาค้าง เพราะปี 2025 นี้ (ซึ่งรายงานผลในปี 2026) พวกเขาสามารถลด Carbon Footprint ลงได้ถึง 35% เมื่อเทียบกับปี 2018! ถ้าดูแค่ปี 2024 มาถึง 2025 ก็ลดลงไปแล้ว 12% ตัวเลขรวมๆ คือลดจาก 228,793 ตัน เหลือเพียง 148,805 ตัน ซึ่งตัวเลขนี้ไม่ได้นับแค่ตัวรถนะจ๊ะ แต่รวมหมดทั้งโรงงานของทุกทีม การขนส่ง และการเดินทางของสตาฟฟ์ทุกคน เรียกได้ว่าล้างบ้านครั้งใหญ่เลยทีเดียว

รูปภาพประกอบข่าวเพิ่มเติม

ลดไปเท่าไหร่? ให้เห็นภาพชัดๆ

การลด CO2e ลงไปกว่า 80,000 ตันเนี่ย ถ้าให้แอดลองเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ มันเท่ากับว่า เราตัดเที่ยวบินผู้โดยสารเส้นทาง ลอนดอน-นิวยอร์ก ออกไปได้ถึง 100,000 เที่ยว! หรือถ้าให้คนคนเดียวบินวนไปวนมา ก็ต้องบินระยะทางกว่า 500 ล้านกิโลเมตรถึงจะเท่ากับที่ F1 ลดได้ในครั้งนี้ โคตรโหด!

เบื้องหลังความเขียว: ย้ายจาก ‘ฟ้า’ ลง ‘น้ำ’ และการจัดตารางแข่งแบบไม่มั่ว

ถามว่าเขาทำยังไง? อย่างแรกเลยคือเรื่อง Logistics ครับ F1 เปลี่ยนแผนจากการขนของทางอากาศ (Air Freight) มาใช้ทางเรือ (Sea Freight) มากขึ้น และที่สำคัญคือการ ‘จัดตารางแข่งใหม่’ ให้เกาะกลุ่มตามภูมิภาค เพื่อไม่ต้องบินย้อนศรไปมา เช่น การจัดให้ ไมอามี และ แคนาดา แข่งต่อกัน หรือย้าย ญี่ปุ่น มาไว้ช่วงฤดูใบไม้ผลิเพื่อจัดกลุ่มกับ ออสเตรเลีย และ จีน ซึ่งแค่การจับคู่ ไมอามี-แคนาดา ก็ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากการขนส่งได้เกือบ 3% แล้ว

รูปภาพประกอบข่าวเพิ่มเติม

นอกจากนี้ในฝั่งยุโรป เขายังใช้พลังงานสะอาดอย่าง โซลาร์เซลล์, แบตเตอรี่ และน้ำมัน HVO ในพื้นที่ Paddock ซึ่งลดการปล่อยก๊าซได้ถึง 90% แถมรถบรรทุกที่วิ่งในยุโรปก็เปลี่ยนมาใช้ Biofuel ที่ช่วยลดมลพิษได้ถึง 83% อีกด้วย

หมัดเด็ดปี 2026: น้ำมันยั่งยืน (Sustainable Fuels)

ไฮไลท์ที่สายเทคนิคต้องร้องว้าวคือในปี 2026 F1 จะบังคับใช้ Advanced Sustainable Fuels ซึ่งน้ำมันตัวนี้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าน้ำมันฟอสซิลแบบเดิมถึง 80%! นี่แหละคือคีย์หลักที่จะพา F1 ไปถึงฝัน Net Zero 2030

รูปภาพประกอบข่าวเพิ่มเติม

จุดที่ยังต้องลุ้น: การเดินทางของมนุษย์

แต่ก็นั่นแหละครับ งานนี้ไม่ได้ง่ายเสมอไป เพราะตัวเลขที่ลดลง 35% นั้น มีส่วนหนึ่งมาจากการซื้อใบรับรอง SAFc (Sustainable Aviation Fuel credits) ซึ่งถ้าตัดส่วนนี้ออก การลดการปล่อยก๊าซในทางกายภาพจริงๆ จะอยู่ที่ 21% (ประมาณ 47,000 ตัน)

และปัญหาใหญ่ที่สุดที่ F1 ยังแก้ไม่ตกแบบ 100% ก็คือ “Business Travel” หรือการบินของบุคลากร ซึ่งยังคงเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดถึง 39% ของคาร์บอนทั้งหมด แม้จะลดลงมาได้ 27% แล้วก็ตาม แต่ทาง F1 ก็ไม่ยอมแพ้ เตรียมใช้แผน FOM (Future Race Operations Programme) ย้ายอุปกรณ์ถ่ายทอดสดกว่า 50% จากเครื่องบินไปลงเรือหรือใช้ Regional Hub แทนภายในปี 2030

สรุปสั้นๆ คือ แม้จำนวนสนามจะเพิ่มจาก 21 สนามในปี 2018 มาเป็น 24 สนามในปัจจุบัน แต่การปล่อยมลพิษต่อสนามกลับลดลงถึง 17% เห็นได้ชัดว่า F1 ยุคใหม่ไม่ได้เน้นแค่ความเร็วบนแทร็ก แต่ยังเน้นความเร็วในการกู้โลกด้วย! แอดขอปรบมือให้เลยว่ะ!


ที่มา: bbc.com, the-race.com, formulapassion.it, formula1.com