
เอาล่ะเพื่อนๆ สายซิ่งทุกคน! เคยสงสัยกันไหมว่า กีฬาระดับโลกที่ใช้เครื่องยนต์คำรามสนั่นเมืองอย่าง Formula 1 เนี่ย เขาจะสามารถ ‘เขียว’ หรือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้จริงๆ หรือเปล่า? หรือว่ามันเป็นแค่การตลาดสร้างภาพให้ดูดีไปวันๆ วันนี้แอดจะพาไปขยี้ข้อมูลล่าสุดจากบทวิเคราะห์ของ Vincenzo Borgomeo ที่จะทำให้เราเห็นว่า F1 กำลังพยายามเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็น ‘สายกรีน’ แบบจริงจังแค่ไหน!
ลดคาร์บอน 35%… ทำได้ไงวะ?
เชื่อไหมว่าถ้าเทียบกับปี 2018 ทาง F1 เคลมว่าพวกเขาสามารถลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ลงได้ถึง 35% แล้วนะเว้ย! ซึ่งตัวเลขนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะเป้าหมายใหญ่ที่ Stefano Domenicali CEO ของ Formula 1 ภูมิใจนำเสนอสุดๆ ก็คือการก้าวไปสู่ ‘Net Zero’ ภายในปี 2030 หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์นั่นเอง
เบื้องหลังความเขียว: ไม่ได้มีแค่การปลูกป่า
หลายคนอาจจะคิดว่าแค่ปลูกต้นไม้ชดเชยก็จบ แต่เปล่าเลย! F1 เขาจัดเต็มทั้งระบบเพื่อลดมลพิษ โดยเฉพาะเรื่องการเดินทางที่เป็นตัวการหลัก:
- เชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel): มีการนำเชื้อเพลิงทางเลือกมาใช้ ทำให้การปล่อยมลพิษจากการเดินทางลดลงไปถึง 27%
- Remote Broadcasting: ยุคนี้ใครเขาขนคนไปทั้งกองทัพ? F1 เริ่มใช้เทคโนโลยีส่งสัญญาณภาพและเสียงระยะไกล ทำให้สต๊าฟหลายส่วนไม่ต้องบินตามไปทุกสนาม ลดทั้งค่าตั๋วเครื่องบินและลดคาร์บอนไปในตัว
- ปรับแผน Logistics ใหม่: จากที่เคยเน้นบินส่งของด่วนจี๋ ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนมาใช้การขนส่งทางเรือและทางบกในบางจุดเพื่อความยั่งยืนมากขึ้น
กำจัด CO2 ออกจากชั้นบรรยากาศ 80,000 ตัน!
นอกจากจะลดการปล่อยใหม่แล้ว F1 ยังบอกว่าพวกเขาได้กำจัด CO2 ที่มีอยู่แล้วในชั้นบรรยากาศออกไปเทียบเท่ากับ 80,000 ตัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจมากสำหรับซีรีส์การแข่งขันที่ต้องเดินทางรอบโลกถึง 22 สนามในปฏิทินปี 2026 นี้
สรุปในมุมแอด: รักษ์โลกได้ แต่ความมันส์ต้องไม่ลด!
แน่นอนว่าการปรับตัวครั้งนี้อาจจะดูขัดกับภาพลักษณ์รถแข่งเสียงดังกระหึ่ม แต่ในโลกยุคปัจจุบัน ถ้า F1 ไม่ปรับตัวตามเทรนด์ความยั่งยืน ก็คงอยู่ยากเหมือนกัน สิ่งที่น่าติดตามคือในปี 2026 ที่กำลังจะถึงนี้ เราจะได้เห็นนวัตกรรมเครื่องยนต์และเชื้อเพลิงรูปแบบใหม่ที่จะทำให้การแข่งรถยังคงความเร้าใจ แต่ไม่ทำร้ายโลกจนเกินไป
เพื่อนๆ ล่ะคิดยังไง? คิดว่า F1 จะทำ Net Zero ได้ทันปี 2030 ไหม หรือคิดว่ามันเป็นแค่การตลาด? ลองคอมเมนต์มาคุยกับแอดหน่อยดิ!
ที่มา: formulapassion.it