โตโต้ วูล์ฟฟ์ ฟาดเดือด! ยัน ADUO คือทางรอด F1 ไม่ให้ซ้ำรอยยุคผูกขาดปี 2014 พร้อมด่ายับระบบ BOP ทำเอาคลื่นไส้!

โตโต้ วูล์ฟฟ์ ฟาดเดือด! ยัน ADUO คือทางรอด F1 ไม่ให้ซ้ำรอยยุคผูกขาดปี 2014 พร้อมด่ายับระบบ BOP ทำเอาคลื่นไส้!

สวัสดีครับสายซิ่งทุกคน! กลับมาเจอกับแอดอีกครั้งกับข่าวร้อนฉ่าจากสนามบาร์เซโลน่า GP ที่บอกเลยว่ารอบนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องความเร็วบนแทร็ก แต่มีดราม่าหลังไมค์จากบอสใหญ่ของ เมอร์เซเดส อย่าง โตโต้ วูล์ฟฟ์ ที่ออกมาพูดถึงกฎใหม่ที่ชื่อว่า ADUO (Additional Development and Upgrade Opportunities) แบบดุเดือดจัดเต็ม!

ADUO คืออะไร? ทำไมต้องมี?

สำหรับใครที่ยังงงว่า ADUO คืออะไร ให้คิดซะว่ามันคือ ‘โอกาสในการอัปเกรดและพัฒนาเพิ่มเติม’ ซึ่ง โตโต้ วูล์ฟฟ์ ออกมาเผยในช่วงงานแถลงข่าวว่า กฎนี้ถูกสร้างมาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ ‘ผูกขาดอำนาจ’ เหมือนปี 2014 ที่มีค่ายผู้ผลิตเครื่องยนต์รายหนึ่ง (ซึ่งก็คือ เมอร์เซเดส นั่นแหละ) ทิ้งห่างคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น ทั้งเรื่องระยะทางในการทดสอบและผลการแข่งขัน

“ADUO ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นกลไกในการปกป้อง เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์แบบปี 2014 ที่ผู้ผลิตเครื่องยนต์รายหนึ่งมีความได้เปรียบมหาศาลเหนือทีมที่กำลังลำบาก และครองความยิ่งใหญ่ใน Formula 1 ทั้งจากจำนวนกิโลเมตรที่ทดสอบและผลการแข่งขัน ซึ่งตอนนั้นผมอยู่ฝั่งผู้ชนะ แต่สิ่งนี้แหละคือสิ่งที่เราต้องการหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะเมื่อมีทีมใหม่อย่าง ออดี้ เข้ามา รวมถึง ฮอนด้า ที่จับมือกับ แอสตัน มาร์ติน และแน่นอนว่ารวมถึง เรดบูลล์ ด้วย มันควรจะเป็นแบบนี้ และมันถูกต้องแล้วที่ต้องเป็นแบบนี้”

โดนแซะกลับ! เมื่อเครื่องยนต์เมอร์เซเดส ‘ไม่ใช่ที่หนึ่ง’

ความพีคของเรื่องนี้คือ โตโต้ วูล์ฟฟ์ เล่าว่า ฟลาวิโอ บริอาโตเร (ตัวจี๊ดแห่งวงการ) เคยโทรหาเขาแล้วบอกว่า “อยากได้เครื่องยนต์ที่ดีที่สุด” แต่พอระบบ ADUO เริ่มทำงาน ผลปรากฏว่ามันดันตัดสินว่าเครื่องยนต์ของ เมอร์เซเดส ไม่ใช่เครื่องที่แรงที่สุดในตอนนี้! งานนี้บอกเลยว่ามีหน้าชาเล็กน้อย

ด่ายับระบบ BOP: “พูดแล้วอยากจะอ้วก!”

แต่จุดที่เดือดที่สุดของบทสัมภาษณ์นี้ คือตอนที่โตโต้พูดถึงระบบ BOP หรือ Balance of Performance (การปรับสมดุลสมรรถนะ) ที่ใช้ในรายการอื่นอย่าง WEC ซึ่งโตโต้แสดงท่าทีรังเกียจแบบสุดตัว โดยบอกว่าถ้า F1 เอามาใช้คือหายนะชัดๆ

“ผมรู้สึกคลื่นไส้เวลาพูดถึง BOP มันคือสิ่งที่ Formula 1 ควรอยู่ให้ห่างที่สุด เพราะมันนำไปสู่ความโกลาหลทางการเมืองในทุกๆ รายการแข่ง และมันผลักดันให้ผู้ผลิตถอนตัวออกจากกีฬาชนิดนี้ ผมเคยสัมผัสสิ่งนี้มาอย่างใกล้ชิดใน DTM, GT และ Le Mans ดังนั้นเราไม่ควรยอมแพ้ต่อสิ่งยั่วยวนที่จะให้ใครมาตกลงกันว่าสมรรถนะควรจะถูกปรับสมดุลอย่างไร”

อย่างไรก็ตาม โตโต้สนับสนุนให้มีกลไกการปรับจูนที่แม่นยำ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ ‘น่าอับอาย’ ในเรื่องของพละกำลังเครื่องยนต์ ซึ่งเขาเปรียบเทียบว่าควรทำเหมือนที่จัดการกับเรื่องอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) มากกว่า

สรุปประเด็นร้อนรอบสนาม

นอกจากเรื่องเครื่องยนต์แล้ว ในแวดวง F1 ตอนนี้ยังมีข่าวลือหนาหูว่า ชาร์ล เลอแคลร์ กำลัง ‘ทรมาน’ จากการที่ต้องดวลกับ ลูอิส แฮมิลตัน ในทีม เฟอร์รารี่ ขณะที่ทาง เฟอร์รารี่ เองก็กำลังจะได้ Token ADUO ชุดแรก ซึ่งจะช่วยเพิ่มแรงม้าให้ได้อีกถึง 5 แรงม้า โดยตั้งเป้าจะติดตั้งให้ทันก่อนแข่งที่ ออสเตรีย!

ส่วนฝั่ง Max Verstappen ก็มีข่าวว่าได้รับข้อเสนอ (ที่ว่ากันว่าค่อนข้างต่ำ) จาก เมอร์เซเดส เช่นกัน งานนี้ต้องตามดูกันต่อว่าใครจะย้าย ใครจะอยู่ และใครจะแรงที่สุดในฤดูกาลนี้!


ที่มา: formulapassion.it