
บอกเลยว่าชั่วโมงนี้ไม่มีอะไรจะเดือดไปกว่าการกลับมาผงาดของ ลูอิส แฮมิลตัน อีกแล้วครับเพื่อนๆ! หลังจากที่โดนสบประมาทและตั้งคำถามมาตลอดว่า ‘หมดไฟ’ หรือ ‘แก่เกินแกง’ หรือเปล่า แต่ล่าสุดในศึก Barcelona Grand Prix 2026 แฮมิลตันก็ตบหน้าทุกคนด้วยการคว้าชัยชนะครั้งแรกในสีเสื้อ เฟอร์รารี่ ได้สำเร็จ แถมชัยชนะครั้งนี้ยังเป็นประวัติศาสตร์ เพราะเป็นครั้งที่ 250 ที่รถเครื่องยนต์ เฟอร์รารี่ คว้าแชมป์โลก!
แต่เรื่องนี้ไม่ได้จบแค่ที่โพเดียม เพราะ Pino Allievi กูรูชื่อดังได้ออกมาวิเคราะห์แบบเจาะลึกถึงการ ‘คืนชีพ’ ของแฮมิลตัน โดยบอกว่า จริงๆ แล้วฝีมือพี่ลูอิสไม่ได้หายไปไหน แค่เขาต้องการ ‘รถที่ชนะได้’ เท่านั้นเอง ลองย้อนกลับไปปี 2025 สิครับ ช่วงนั้นแฮมิลตันโดนวิจารณ์ยับ แถมเจ้าตัวยังเคยหลุดปากยอมรับแบบนอยด์ๆ ว่า “ผมไม่ไหวแล้ว ผมไม่ได้อยู่ในระดับที่สู้ได้ ผมควรจะเลิกแข่งและจากไปได้แล้ว” ซึ่งตอนนั้นทำเอาแฟนๆ ใจหายแวบ และเกิดกระแสข่าวลือหนาหูว่าเขาจะแขวนหมวกหลังจบปี 2025
ความพีคคือ Allievi เผยว่าใน Maranello (ฐานทัพของ เฟอร์รารี่) มีคนไม่น้อยเลยที่แอบดีใจถ้าแฮมิลตันจะรีไทร์ไปจริงๆ เพราะพวกเขาหมดศรัทธาในตัวแชมป์โลก 7 สมัยคนนี้ไปแล้ว แถมตอนนั้น Oliver Bearman ดาวรุ่งพุ่งแรงก็เสนอตัวแบบมั่นหน้ามั่นโหนกกับทีมว่า “ผมพร้อมแล้วสำหรับการก้าวกระโดดครั้งใหญ่สู่ F1” คือแทบจะจองที่นั่งรอให้ลูอิสออกไปเลยทีเดียว!
แต่ก็นั่นแหละครับ ‘Class is permanent’ ของจริง! พอเริ่มฤดูกาล 2026 แฮมิลตันเริ่มโชว์ของตั้งแต่เรซแรกที่ ออสเตรเลีย แม้ช่วงซ้อมจะจบอันดับ 7 แต่พอแข่งจริง Pace คือดุจัด และยิ่งชัดเจนขึ้นที่ จีน ที่มีรายงานว่าเขาวิ่งเร็วกว่าเพื่อนร่วมทีมอย่าง Charles Leclerc เสียอีก
Allievi ยังวิเคราะห์จุดต่างระหว่างแฮมิลตันกับ Fernando Alonso ไว้ได้น่าสนใจมาก เขาบอกว่า Alonso คือสายสู้ตาย ต่อให้รถห่วยแค่ไหนก็จะสู้เพื่ออันดับสุดท้ายให้ได้ แต่สำหรับแฮมิลตัน เขาเป็นพวก ‘ถ้าไม่มีรถที่ชนะได้ ผมจะหมดความสนใจ’ ซึ่งมันเหมือนกับกรณีของ Michael Schumacher สมัยกลับมาแข่ง F1 ที่จะกลายเป็น ‘ชูมัคเกอร์’ ตัวจริงก็ต่อเมื่อมีรถที่ใช่เท่านั้น
ในขณะที่ลูอิสกำลังพุ่งทะยาน แต่ฝั่ง Charles Leclerc กลับตกที่นั่งลำบาก เพราะตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงวิกฤต ฟอร์มตกจนแต้มเป็นศูนย์ติดต่อกัน 2 สนาม ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่ได้เกิดขึ้นเลยตั้งแต่ปี 2020
ปิดท้ายด้วยดราม่านอกสนาม เมื่อ เมอร์เซเดส ตัดสินใจถอนสิทธิ์การยื่นทบทวน (Right of Review) กรณีอุทธรณ์ที่ โมนาโก ไปเรียบร้อย ส่วนฝั่ง Max Verstappen ตอนนี้ผู้จัดการส่วนตัวกำลังเร่งหาข้อสรุปเรื่องอนาคตก่อนปิดพักร้อนช่วงฤดูร้อน โดยมีข่าวลือหนาหูว่าอาจจะต้องรอถึงปี 2028 ถึงจะย้ายมา เฟอร์รารี่ ได้ ในขณะที่ เรดบูลล์ พยายามทุ่มเงินระดับ ‘เลขสองหลักล้าน’ เพื่อซื้อสัญญาฉบับนี้ไว้ให้ได้!
ที่มา: formulapassion.it