
บอกเลยว่างานนี้มีกลิ่นดราม่าโชยมาแรงมาก! หลังจากจบศึกสเปน กรังด์ปรีซ์ ที่บาร์เซโลนา ซึ่งต้องบอกว่าสำหรับนักขับของ วิลเลียมส์ แล้ว มันคือฝันร้ายชัดๆ ทั้ง อเล็กซ์ อัลบอน และ คาร์ลอส ซายน์ซ ต่างก็ต้องเจอกับความผิดหวังแบบเต็มประตู
ฝั่งของ อเล็กซ์ อัลบอน รายนี้ซวยซ้ำซวยซ้อน เพราะดันมีปัญหาทางเทคนิคกับกล้องหลัง ทำให้ไม่สามารถจบการแข่งขันได้ (Failed to classify) ทั้งที่เจ้าตัวเพิ่งจะสร้างสถิติเป็นนักขับที่ลงแข่งให้ วิลเลียมส์ มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีมไปหมาดๆ ส่วนทางด้าน คาร์ลอส ซายน์ซ ที่ลงแข่งในบ้านเกิดตัวเอง กลับทำได้เพียงแค่จบอันดับที่ 12 ซึ่งบอกเลยว่าห่างไกลจากคำว่าพอใจอยู่เยอะ!
เรื่องนี้ทำให้ เดวิด คูลธาร์ด อดีตนักขับระดับตำนานที่เคยคว้าชัยชนะและโพลโพสิชันกับ วิลเลียมส์ มาแล้ว ออกมาวิเคราะห์ผ่านพอดแคสต์ ‘Up to Speed’ ของเขาแบบดุเดือดว่า ความกดดันครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการย้ายทีมครั้งใหญ่
“ผมเห็นความหงุดหงิดได้อย่างชัดเจนในตัวนักขับของ วิลเลียมส์ ทั้งคู่ ผมว่า อัลบอน อาจจะหงุดหงิดยิ่งกว่าด้วยซ้ำ เพราะเขาเพิ่งจะทำสถิติลงแข่งให้ทีมมากที่สุด แต่สำหรับ ซายน์ซ ผมเชื่อว่าเขาต้องการกลับไปอยู่กับทีมท็อป มันอยู่ใน DNA ของเขา และเขาเป็นคนที่ทุ่มเทเต็มร้อยเสมอ ดังนั้นความหงุดหงิดของเขาจะสูงมาก เพราะลองคิดดูสิ จากคนที่เคยอยู่ เฟอร์รารี่ ที่คว้าชัยชนะในกรังด์ปรีซ์มาแล้ว แต่ตอนนี้ต้องมาอยู่ที่ วิลเลียมส์ และต้องพอใจแค่การเก็บแต้มเพียงไม่กี่แต้ม” คูลธาร์ด กล่าว
คูลธาร์ด วิเคราะห์ต่อว่า แม้ตอนนี้ วิลเลียมส์ จะมีความพยายามในการพัฒนาทีม แต่ถ้าจะก้าวขึ้นไปเป็นทีมระดับแนวหน้า (Top Team) อีกครั้ง อาจจะต้องใช้เวลาอีกหลายปี ซึ่งนั่นไม่ตอบโจทย์สำหรับนักขับระดับซูเปอร์สตาร์อย่าง ซายน์ซ ที่ต้องการความสำเร็จในทันที
“เขาต้องการกลับไปอยู่ทีมชั้นนำ และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น วิลเลียมส์ ยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ ใช่ครับ เราต้องยอมรับว่าทีมมีพัฒนาการ แต่ก็นะ… นี่คือ วิลเลียมส์ แค่ชื่อทีมอย่างเดียวก็ทำให้เราต้องรอคอยนานกว่าปกติแล้ว”
แม้ว่าในตอนนี้จะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจากฝั่งของ คาร์ลอส ซายน์ซ ว่าต้องการย้ายทีม แต่การวิเคราะห์ของคูลธาร์ดทำให้แฟนๆ เริ่มคาดการณ์กันว่า ปี 2027 อาจจะเป็นปีที่ ซายน์ซ ตัดสินใจโบกมือลาทีมสีน้ำเงินเพื่อกลับไปล่าแชมป์กับทีมยักษ์ใหญ่蜕อีกครั้ง งานนี้แอดบอกเลยว่าต้องจับตามองให้ดี ตลาดนักขับปีหน้าและปีถัดไปเดือดแน่นอน!
ที่มา: formulapassion.it