ดราม่าเดือดบาร์เซโลนา! โตโต้เดือดจัดเครื่องพัง-นักแข่งตีกัน จนเสียชัยชนะให้แฮมิลตันในสีเสื้อเฟอร์รารี่

ดราม่าเดือดบาร์เซโลนา! โตโต้เดือดจัดเครื่องพัง-นักแข่งตีกัน จนเสียชัยชนะให้แฮมิลตันในสีเสื้อเฟอร์รารี่

จบลงไปแบบสุดจัดสำหรับศึก F1 2026 ที่สนามบาร์เซโลนา-กาตาลุนญ่า บอกเลยว่ารอบนี้มีเรื่องให้คุยยาวๆ เพราะนอกจากเราจะได้เห็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่เมื่อ ลูอิส แฮมิลตัน คว้าชัยชนะครั้งแรกให้กับ เฟอร์รารี่ ด้วยกลยุทธ์เดินเกม 3 Stop แบบเหนือชั้น แย่งแต้มจากพวกที่เล่น 2 Stop ไปแบบชิลๆ แล้ว ฝั่ง เมอร์เซเดส ยังมีเรื่องให้ปวดตับจนบอสใหญ่แทบจะทุบโต๊ะ!

โตโต้ วูล์ฟฟ์ สติหลุด! Reliability หรือจะสู้ความมั่นหน้า?

ทางด้าน โตโต้ วูล์ฟฟ์ หัวหน้าทีมเมอร์เซเดส ออกมาสับเละเรื่องความทนทานของรถ W17 ที่ทำเอาแฟนๆ กุมขมับ เพราะ คิมี อันโตเนลลี ดาวรุ่งพุ่งแรงดันมาเครื่องพัง DNF ไปดื้อๆ ทั้งที่เพิ่งแซง จอร์จ รัสเซลล์ ขึ้นนำที่โค้ง 1 ได้เพียงไม่กี่รอบก่อนจบการแข่งขัน ซึ่งนี่คือการ DNF ครั้งแรกของเจ้าหนูคิมีในปีนี้

โตโต้ถึงกับลั่นว่า “เราไม่มีทางลุ้นแชมป์ได้หรอกถ้าทุกๆ สองสนามต้องมีรถคันหนึ่งเสียแต้มก้อนโตแบบนี้ มันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จำไว้ว่าถ้าอยากชนะ อันดับแรกคุณต้องวิ่งให้จบการแข่งขันก่อน เรื่องนี้มันยอมรับไม่ได้จริงๆ”

รูปภาพประกอบข่าวเพิ่มเติม

แถมงานนี้โตโต้ยังแอบจิกกัดความสัมพันธ์ในทีม เพราะมองว่าการที่ รัสเซลล์ กับ อันโตเนลลี มัวแต่สู้กันเองจนลืมดูภาพรวม ทำให้เสียเวลาไปหลายวินาทีจนเปิดโอกาสให้แฮมิลตันฉวยโอกาสในช่วง Virtual Safety Car (VSC) พุ่งขึ้นนำไปแบบหล่อๆ ซึ่งเรื่องนี้โตโต้บอกว่าต้องเรียกนักแข่งมาคุยยาวๆ ว่าจะเอายังไงกันแน่

แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน กับความเหงาที่อันดับ 4

ตัดมาที่ฝั่ง เรดบูลล์ กันบ้าง แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน จบอันดับ 4 แบบเหงาๆ เจ้าตัวยอมรับตรงๆ ว่าการขับสนามนี้มัน “โดดเดี่ยว」สุดๆ เพราะรถไม่มีความเร็วพอที่จะไล่ตามกลุ่มหน้าได้เลย

แม็กซ์ระบายว่า “บอกตามตรงว่าเหงามากครับ ผมได้แต่นั่งดูการต่อสู้ข้างหน้าผ่านหน้าจอ เพราะรถเราช้าเกินไป ไม่ว่าจะใช้ยางคอมพาวด์ไหนก็ตามไล่ไม่ทัน เสียเวลาไปทุกช่วงเลย แต่นี่ก็เป็นเหมือนกับทั้งสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมขาดความเร็วในทุกจุด รวมถึงเรื่องการจัดการยางในแทร็กที่ใช้พลังงานสูง เราต้องทำงานให้หนักกว่านี้เพื่อปรับปรุงรถ”

รูปภาพประกอบข่าวเพิ่มเติม

ขณะที่ ไอแซก แฮดจาร์ เพื่อนร่วมทีมเรดบูลล์ที่จบอันดับ 6 ก็โวยเรื่องการออกสตาร์ทที่บอกว่า “ฝันร้ายชัดๆ” พร้อมบ่นว่าขั้นตอนการสตาร์ทของทีมมันยากเกินไปจนทำให้เขาเสียเปรียบตั้งแต่เริ่ม

แม็คลาเรนยังไม่ถึงจุดสูงสุด แต่ขอแค่มีชื่อบนโพเดียม

ทางด้าน แลนโด นอร์ริส แชมป์โลกคนปัจจุบัน คว้าโพเดียมอันดับ 3 ไปครองได้สำเร็จ แม้จะยอมรับว่าสู้ความเร็วของแฮมิลตันและรัสเซลล์ไม่ได้ แต่ก็แฮปปี้ที่กลับมายืนบนจุดนี้ได้อีกครั้ง โดยนอร์ริสกล่าวว่า “ผมทำเต็มที่เพื่อไล่ตามพวกเขา แต่ต้องยอมรับว่าวันนี้พวกเขาเร็วเกินไป เราแค่รักษาตำแหน่งและโชคดีที่คิมีออกจากการแข่งขัน แต่ผมภูมิใจในทีมมาก เรากำลังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ แค่ต้องก้มหน้าทำงานหนักต่อไป แล้วเราจะกลับไปท้าชิงได้ในเร็วๆ นี้”

ส่วน ออสการ์ ปิอัสตรี จบอันดับ 5 แบบห่างจากนอร์ริสเกิน 30 วินาที โดยเจ้าตัวบ่นอุบว่ารถไม่มี Pace และยางพังไวมาก ซึ่งเป็นผลจากการพยายามรีดความเร็วเพื่อชดเชยช่องว่างจากเฟอร์รารี่และเมอร์เซเดส

รูปภาพประกอบข่าวเพิ่มเติม

บทสรุปหลังจบเรซ

ทางด้าน จอร์จ รัสเซลล์ ที่จบอันดับ 2 ก็ได้แต่เอ่ยชมอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่างแฮมิลตันว่า “ยินดีกับลูอิสด้วยครับ ผมรู้ว่าเขาทำงานหนักแค่ไหน วันนี้เฟอร์รารี่น่าประทับใจสุดๆ และตอนนี้ลูอิสก็นำผมในตารางแชมป์โลกแล้ว ชุดอัปเกรดของพวกเขามันแรงจริงๆ”

งานนี้บอกเลยว่า เมอร์เซเดสต้องรีบแก้ปัญหาเรื่อง Reliability ด่วนๆ ไม่งั้นจากทีมลุ้นแชมป์อาจจะกลายเป็นทีมลุ้นให้รถวิ่งจบเรซแทน!


ที่มา: formula1.com