
บอกเลยว่ารอบนี้มีช็อก! ใครที่คิดว่า เฟอร์รารี่ จะทรงเดิมๆ ขอบอกว่าคิดใหม่ได้เลยครับ เพราะที่บาร์เซโลนา กรังด์ปรีซ์ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา ทีมม้าลำพองจัดหนักส่งอัปเกรดแพ็กเกจใหม่ล่าสุดลงสนาม จนแม้แต่ขาใหญ่อย่าง โตโต้ วูล์ฟฟ์ฟ์ บอสใหญ่ของ เมอร์เซเดส ยังต้องหลุดปากเรียกเจ้า SF26 คันนี้ว่า “monstre” หรือแปลเป็นไทยง่ายๆ ว่า “สัตว์ประหลาด” นั่นเอง!
จุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์: แฮมิลตัน กับชัยชนะสีแดงครั้งแรก!
ไฮไลท์ที่ทำให้แฟนๆ ทั่วโลกต้องกรีดร้องคือการที่ ลูอิส แฮมิลตัน สามารถคว้าชัยชนะครั้งแรกภายใต้สังกัด เฟอร์รารี่ ได้สำเร็จ! แต่ความพีคไม่ได้อยู่ที่ตอนเข้าเส้นชัยเท่านั้น เพราะแอดแอบกระซิบว่า ลูอิส เล่นเสี่ยงดวงสุดๆ ด้วยการเปลี่ยนการเซ็ตอัพรถใหม่หมดเกลี้ยงเพียงไม่กี่นาทีก่อนเริ่มรอบควอลิฟาย เพื่อหาจุดสมดุลที่ลงตัวที่สุด และผลลัพธ์ที่ได้คือความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวจนคู่แข่งต้องเหลียวหลัง
เจาะลึกความโหดของ SF26: อัปเกรดอะไรไปบ้าง?
ทำไมถึงเรียกว่าสัตว์ประหลาด? เพราะรอบนี้ เฟอร์รารี่ ไม่ได้มาเล่นๆ พวกเขาแก้จุดอ่อนแบบถอนรากถอนโคน:
- Aerodynamics ขั้นเทพ: มีการออกแบบปีกหน้าและพื้นรถ (Floor) ใหม่ทั้งหมดเพื่อรีไดเรกต์กระแสลม แถมฝาครอบเครื่องยนต์ยังแคบและกระชับขึ้น พร้อมปรับทรง Sidepod เพื่อให้ระบายความร้อนของ Power Unit ได้ดียิ่งขึ้น
- แก้ปัญหาเรื่องยาง: จำได้ไหมว่าก่อนหน้านี้ ลูอิส เจอปัญหายาง Overheat บ่อยมาก? รอบนี้ทีมงานจัดให้ด้วยการเปลี่ยนดีไซน์ Wheel Corners (ขอบล้อ) ใหม่ ทำให้คุมอุณหภูมิยางได้นิ่งกริบและสมดุลรถดีขึ้นแบบหน้ามือเป็นหลังมือ
- แรงกดมหาศาล: ตอนนี้ SF26 มีค่า Vertical Load สูงที่สุดในกลุ่มผู้นำ ทำให้การเข้าโค้งคมและนิ่งจนน่ากลัว แซงหน้า เมอร์เซเดส ที่เคยนำโด่งหลังจบเรซที่ แคนาดา ไปแบบไม่เห็นฝุ่น
ดราม่าหลังพวงมาลัย: น้ำตาและคราบน้ำมัน
แต่ก็นะ… กีฬานี้ไม่มีอะไรแน่นอน เพราะในขณะที่เพื่อนร่วมทีมอย่างลูอิสฉลองชัย ชาร์ลส์ เลอแคลร์ กลับต้องพบกับฝันร้ายด้วยการ DNF (แข่งไม่จบ) เนื่องจากปัญหาชิ้นส่วนแตกหัก ซึ่งคาดว่าน่าจะต่อเนื่องมาจากแรงกระแทกเมื่อวันเสาร์ ทำให้ตอนนี้ชาร์ลส์แต้มตามหลังลูอิสถึง 40 คะแนนเข้าไปแล้ว
ทางฝั่ง เมอร์เซเดส ก็มีเรื่องให้ปวดหัว เมื่อดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง อันเดรอา คิมิ แอนโตเนลลี ต้องออกจากการแข่งขันเพราะระบบไฟฟ้าของเครื่องยนต์พังวูบหลังจากกด Boost ทั้งที่จริงๆ แล้วในช่วงท้ายของ Stint ที่สอง คิมิทำความเร็วได้ดีกว่า จอร์จ รัสเซลล์ เสียอีก แต่ดันไม่ได้รับคำสั่งให้แซง จนต้องเสียเวลาไปอย่างน่าเสียดาย
บทสรุปและก้าวต่อไป
แม้ว่าภาพรวมของ SF26 จะดูไร้เทียมทานในเรื่องแชสซีและแอโร่ แต่จุดอ่อนที่เห็นชัดที่สุดตอนนี้ยังคงเป็น Power Unit โดยเฉพาะในรอบควอลิฟายที่ยังสู้คู่แข่งบางรายไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ความหวังใหม่กำลังจะมา เพราะในเรซถัดไปที่ ออสเตรีย มีข่าวลือหนาหูว่า เฟอร์รารี่ เตรียมจะเปิดตัวเครื่องยนต์ตัวใหม่ที่จะมาเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับสัตว์ประหลาดตัวนี้!
สถานการณ์แชมป์ตอนนี้คือน่าลุ้นสุดๆ เพราะ คิมิ แอนโตเนลลี ยังนำเป็นจ่าฝั่งทิ้งห่าง ลูอิส แฮมิลตัน อยู่ 41 คะแนน งานนี้ศึกชิงบัลลังก์เดือดแน่นอน!
ที่มา: formulapassion.it