
มาแรงแซงโค้งของจริง! สำหรับดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง Leonardo Fornaroli ที่ตอนนี้กลายเป็นเป้าหมายหลักที่ แม็คลาเรน กำลังปั้นให้เป็นว่าที่นักขับ F1 ในอนาคต บอกเลยว่างานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของฝีมือการขับอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ ‘สมอง’ ที่ทำเอาทีมงานถึงกับอึ้ง!
ล่าสุด อันเดรีย สเตลล่า หัวหน้าทีมจอมวางแผนของแม็คลาเรน ออกมาเปิดเผยว่า Fornaroli ไม่ใช่นักขับสายซิ่งที่รอรับคำสั่งอย่างเดียว แต่เขามีความเป็น ‘วิศวกร’ อยู่ในตัวสูงมาก ชนิดที่ว่าเดินถือสมุดโน้ตจดทุกรายละเอียด ถามทุกข้อสงสัย และนำเสนอไอเดียกับวิศวกรตลอดเวลา ซึ่งสไตล์การทำงานแบบนี้มันช่างคล้ายกับแนวทางของ Adrian Newey เทพเจ้าแห่งการออกแบบรถ F1 เสียเหลือเกิน
“ผมร่วมงานกับ Leonardo มาได้หลายเดือนแล้ว และผมประทับใจในตัวเขามาก ทั้งในฐานะคนและในฐานะนักขับ เขาเป็นคนที่น่าสนใจจริงๆ ภายนอกอาจจะดูขี้อาย แต่จริงๆ แล้วเขาคือนักขับที่กระตือรือร้นที่สุดในการตั้งคำถามกับวิศวกร เขาจะเดินไปรอบๆ พร้อมกับสมุดโน้ต จดทุกอย่าง และพอมีความคิดอะไรเขาก็จะแชร์ออกมาทันที”
— อันเดรีย สเตลล่า
แน่นอนว่าในตอนนี้ ที่นั่งในทีมแม็คลาเรนยังถูกจับจองโดยสองคู่หูสุดแกร่งอย่าง แลนโด นอร์ริส และ ออสการ์ ปิอัสตรี ที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะขยับไปไหน แต่ทางทีมก็ไม่ได้ทิ้ง Fornaroli ให้เคว้ง เพราะกำลังเดินหน้า ‘หาที่ลง’ ในทีมอื่นเพื่อให้เด็กปั้นคนนี้ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในสนามจริง
ล่าสุด Fornaroli เพิ่งประเดิมสนาม FP1 ที่บาร์เซโลนา ซึ่งงานนี้ไม่ได้ไปขับโชว์หล่อๆ อย่างเดียว แต่ได้รับภารกิจหินในการทดสอบ Aero โดยการติดตั้ง ‘Rake sensors’ เพื่อเก็บข้อมูลปีกหน้าตัวใหม่ ซึ่งต้องขับด้วยความเร็วคงที่ท่ามกลางรถคันอื่นๆ ที่ซิ่งกันเต็มสูบ งานนี้สเตลล่าแอบกระซิบว่ามีเสียเวลาไปนิดหน่อยในช่วงทางตรง เพราะความไม่คุ้นเคยกับระบบ Power Unit และการจัดการแบตเตอรี่เวลาเจอรถคันหน้า แต่โดยรวมถือว่าสอบผ่านฉลุย!
“Leonardo คือการลงทุนเพื่ออนาคตของ Formula 1 อย่างแน่นอน ผมต้องการให้เขาได้ขับ และในวันหน้าเขาอาจจะได้ขับให้แม็คลาเรน ตอนนี้เรากำลังร่วมมือกับเขาเพื่อสำรวจโอกาสต่างๆ ใน F1”
— อันเดรีย สเตลล่า
และที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือมีข่าวลือหนาหูว่า Fornaroli อาจจะได้ไปลองของกับทีม ฮาส โดยมีรายงานว่าเขาจะได้ขึ้นขับรถ VF-25 ในการทดสอบที่ Jerez เร็วๆ นี้ ใครที่กำลังมองหา New Gen สายเทคนิค บอกเลยว่าจับตาดูเด็กคนนี้ไว้ให้ดี เพราะทางแม็คลาเรนจัดเต็มให้ขนาดนี้ อนาคตไกลแน่นอน!
ที่มา: formulapassion.it