
บอกเลยว่าชั่วโมงนี้ไม่มีอะไรจะเดือดไปกว่าการกลับมาของ “ราชา” อีกแล้วครับ! หลังจากที่ ลูอิส แฮมิลตัน ย้ายค่ายไปสวมชุดแดงของ เฟอร์รารี่ และต้องทนทุกข์กับปี 2025 ที่ฟอร์มหลุดแบบไม่น่าเชื่อ (ไม่มีโพเดียมเลยตลอด 24 สนาม! อ่านไม่ผิดครับ แอดก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน) แต่ตอนนี้ปี 2026 ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว!
คืนชีพม้าลำพอง! แฮมิลตันสยบเมอร์เซเดสที่ บาร์เซโลนา-กาตาลุนญ่า
ล่าสุดในศึกสเปน กรังด์ปรีซ์ ณ สนาม บาร์เซโลนา-กาตาลุนญ่า ลูอิส แฮมิลตัน ทำเอาแฟนๆ ทั่วโลกช็อกด้วยการคว้าชัยชนะครั้งแรกในสีเสื้อ เฟอร์รารี่ ได้สำเร็จ! ไม่ใช่แค่ชนะธรรมดา แต่เป็นการดับเครื่องชนหยุดสถิติการชนะวันอาทิตย์รัวๆ ของทีมเก่าอย่าง เมอร์เซเดส ได้อย่างสะใจ
เกมนี้บอกเลยว่า “กึ๋น” ของแฮมิลตันกับวิศวกรคู่ใจคนใหม่ คาร์โล ซานติ ทำงานได้เฉียบขาดมาก โดยการใช้กลยุทธ์เข้าพิท 3 ครั้ง ซึ่งต่างจาก จอร์จ รัสเซลล์ และดาวรุ่งอย่าง คิมี อันโตเนลลี ที่ใช้แค่ 2 ครั้ง และจุดเปลี่ยนสำคัญคือช่วง Virtual Safety Car (VSC) ที่เปิดโอกาสให้แฮมิลตันมุดเข้าพิทครั้งสุดท้ายและกลับออกมานำโด่งจนคว้าแชมป์ไปครอง
‘ถ้าเขาได้กลิ่นเลือด เขาจะพุ่งใส่!’ – คำเตือนจากใจโตโต้
ทางด้าน โตโต้ วูล์ฟฟ์ บอสใหญ่ของ เมอร์เซเดส ที่เห็นอดีตลูกรักกลับมาท็อปฟอร์ม ถึงกับออกปากเตือนทีมตัวเองแบบขนลุกว่า “ผมไม่อยากจะสู้กับเขา (แฮมิลตัน) เพื่อแย่งแชมป์โลกเลย เพราะผมรู้ดีว่าเขาทำอะไรได้บ้าง ถ้าเขาได้กลิ่นเลือดเมื่อไหร่ เขาจะพุ่งใส่ทันที ผมเคยเห็นมันมาหลายปีแล้ว เวลาที่รถไฟสาย ลูอิส แฮมิลตัน เริ่มออกตัว มันหยุดยากมากครับ”
ซึ่งตอนนี้สถานการณ์ในตารางแชมป์โลกปี 2026 คือ คิมี อันโตเนลลี นำเป็นจ่าฝูง โดยมี ลูอิส แฮมิลตัน ตามมาเป็นอันดับสอง ห่างกันอยู่ 41 แต้ม ซึ่งโตโต้บอกว่ามันน้อยมาก “ใช่ครับ เรายังอยู่ในช่วงต้นฤดูกาล ช่องว่างแค่ 41 แต้ม การ DNF (แข่งไม่จบ) ครั้งเดียวทำให้คุณเสีย 25 แต้มทันที ทุกอย่างยังเปิดกว้าง เราพลาดไม่ได้เด็ดขาด”
สูตรลับความแรง: รถใหม่ กฎใหม่ และ ‘ความรัก’
หลายคนสงสัยว่าทำไมปีนี้แฮมิลตันถึงกลับมาโหด? โตโต้ วิเคราะห์ว่าส่วนหนึ่งมาจากกฎระเบียบปี 2026 ที่ทำให้รถมีความเป็น ‘Conventional’ หรือขับง่ายขึ้น ไม่ดีด ไม่เด้งเหมือนรถยุค Ground Effect ที่ผ่านมา ทำให้สไตล์การขับของลูอิสกลับมาเข้าทางอีกครั้ง แถมเจ้าตัวยังทุ่มเทพัฒนาเจ้า SF-26 ในช่วงปิดฤดูกาลอย่างหนัก
แต่ที่เด็ดกว่านั้น โตโต้ยังแอบแซวถึงเรื่องหัวใจของลูอิสด้วยว่าการที่เขากำลังเดทกับซุปตาร์ระดับโลกอย่าง คิม คาร์ดาเชียน (ที่ตามไปเชียร์ถึงสนาม โมนาโก) อาจจะเป็นกุญแจสำคัญ! “ผมเห็นเขาบนโพเดียมผ่านทีวี หน้าตาเขาดูมีความสุขมาก บางทีแฟนสาวอาจจะมีส่วนช่วย ผมเองก็เคยมีคู่ชีวิตที่ทำให้ชีวิตครอบครัวมั่นคง ซึ่งผมคิดว่าปัจจัยทั้งหมดนี้ ทั้งด้านอารมณ์ ส่วนตัว และความเป็นมืออาชีพ ถ้าทุกอย่างลงตัว คุณก็ชนะ”
งานนี้ต้องมาลุ้นกันว่า ‘รถไฟสายแฮมิลตัน’ จะวิ่งไล่บี้จนแซง คิมี อันโตเนลลี ขึ้นนำจ่าฝูงได้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ม้าลำพองกลับมาคำรามก้องโลกอีกครั้งแล้วครับ!
ที่มา: formula1.com