
สายซิ่งเตรียมใจไว้เลย! เมื่อพูดถึง เฟอร์รารี่ สิ่งแรกที่ลอยมาในหัวเราทุกคนคือเสียงคำรามของเครื่องยนต์ V12 ที่ดุดันจนขนลุก แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าม้าลำพองกำลังจะพาเราก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่ที่ ‘เงียบกริบ’ กว่าที่เคยกับโปรเจกต์ Ferrari Luce รถไฟฟ้า (EV) รุ่นล่าสุดที่แค่ชื่อหลุดออกมา ก็โดนทัวร์ลงยับแบบไม่ต้องสืบ!
เงียบเกินไปจนไม่ใช่เฟอร์รารี่?
ตอนนี้ในโลกโซเชียลและกลุ่มคนรักรถกำลังเดือดจัด เพราะหลายคนมองว่า Luce นั้น ‘สะอาดเกินไป’ ‘เงียบเกินไป’ และที่สำคัญคือ ‘ไม่ใช่เฟอร์รารี่’ ในอุดมคติ การที่ไม่มีเสียงเครื่องยนต์แผดลั่น มันทำให้จิตวิญญาณของแบรนด์หายไปหรือเปล่า? เหมือนกับการสั่งกะเพราแต่ไม่ใส่พริกอะแอดว่ามันไม่ใช่ป่ะ!
การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ทำให้หลายคนกังวลว่า พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์อย่างการวอร์มเครื่องยนต์ หรือสัมผัสการเข้าเกียร์แบบดิบๆ ที่เหมือนเอาค้อนเหล็กทุบลงบนกลไก จะถูกแทนที่ด้วยหน้าจอทัชสกรีน อัลกอริทึม และระบบสั่งการอัจฉริยะ ซึ่งมันดู ‘ดิจิทัล’ เกินกว่าจะเป็นรถสปอร์ตในฝัน
ถอดบทเรียนจาก ‘Il Drake’ ผู้ไม่เคยหยุดนิ่ง
แต่เดี๋ยวก่อนเพื่อนๆ ลองย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ของ Enzo Ferrari หรือที่ฉายาว่า ‘Il Drake’ กันหน่อย ลุง Enzo คือเจ้าพ่อแห่งการแหกกฎและทำลายขนบเดิมๆ เพื่อความอยู่รอดและชัยชนะ ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง GTO, Berlinetta Boxer, Testarossa หรือแม้แต่ Purosangue ที่เป็น Crossover 4 ประตู ซึ่งตอนแรกก็โดนด่าเละเหมือนกัน!
จำได้ไหมว่าครั้งหนึ่ง Enzo เคยเชื่อว่า ‘เฟอร์รารี่เกียร์ออโต้คือเรื่องที่เป็นไปไม่ได้’ แต่สุดท้ายบริษัทก็ต้องวิวัฒนาการเพื่อความอยู่รอด การเปลี่ยนจากเกียร์ธรรมดามาเป็นเกียร์กึ่งอัตโนมัติ หรือการยอมรับเครื่องยนต์เทอร์โบ และการลดขนาดเครื่องยนต์จาก V12 มาเป็น V8 และ V6 ในรุ่น 296 ก็เคยผ่านจุดที่แฟนๆ รับไม่ได้มาแล้วทั้งนั้น
เทคโนโลยีต้องรับใช้ ‘อารมณ์’ ไม่ใช่แค่ ‘บิต’
งานนี้ Benedetto Vigna CEO คนปัจจุบันของเฟอร์รารี่ ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ออกมาให้ความมั่นใจกับพวกเราว่า ถึงแม้เครื่องยนต์จะเปลี่ยนไป แต่ความตื่นเต้นต้องยังคงอยู่ โดยเขาได้กล่าวว่า:
“เทคโนโลยีจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ต้องนำมาใช้เพื่อรับใช้อารมณ์ความรู้สึก เพราะมนุษย์เราประกอบขึ้นจากอะตอม ไม่ใช่บิต และเราต้องการอารมณ์ทางกายภาพ ไม่ใช่อารมณ์เสมือนจริง”
ซึ่งหมายความว่า เฟอร์รารี่ไม่ได้กะจะทำรถไฟฟ้าที่ขับเหมือนเครื่องซักผ้าแน่นอน แต่พวกเขาจะใช้ซอฟต์แวร์สุดล้ำและการเซ็ตแชสซีที่สมบูรณ์แบบมาทดแทนความเร้าใจของเครื่องยนต์ V12 ให้ได้
บทสรุป: น่ากลัวหรือน่าลอง?
สำหรับแอดมองว่า ความน่าเบื่อไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลง แต่มันจะน่าเบื่อก็ต่อเมื่อเทคโนโลยีนั้นไม่สามารถเชื่อมต่อกับความรู้สึกของคนขับได้ต่างหาก ถ้า Luce สามารถมอบประสบการณ์ ‘อะดรีนาลีนฉีดพล่าน’ ได้เหมือนรถน้ำมัน เราก็พร้อมจะเปิดใจรับม้าไฟฟ้าตัวนี้แน่นอน!
แล้วเพื่อนๆ ล่ะ คิดว่าเฟอร์รารี่ที่ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ยังเป็นเฟอร์รารี่อยู่ไหม? หรือว่านี่คือจุดเริ่มต้นของยุคทองครั้งใหม่? คอมเมนต์บอกแอดหน่อย!
ที่มา: formulapassion.it