
บอกเลยว่าเรซที่ บาร์เซโลนา-กาตาลุนญ่า ครั้งนี้มีเรื่องให้ได้เม้าท์กันยาวๆ! ใครจะไปคิดว่าการฉลองการลงแข่งนัดที่ 100 ของ จอร์จ รัสเซลล์ กับทาง เมอร์เซเดส จะกลายเป็นดราม่าแบบที่แฟนๆ ต้องกุมขมับ เพราะจากที่ออกสตาร์ทจาก Pole Position แบบหล่อๆ แต่สุดท้ายกลับต้องจบที่อันดับ 2 แบบมีเรื่องราวเบื้องหลังที่โคตรพีค!
ปืนพังทำพิษ! ความผิดพลาดสุดเด๋อของทีมช่าง
เรื่องของเรื่องคือในช่วงพิทสต็อปครั้งสุดท้าย ทีมงาน เมอร์เซเดส ดันเกิดปัญหาเรื่อง ‘ปืนปรับปีกหน้า’ (Adjuster Gun) ทำให้ปรับองศาปีกหน้าของรถ จอร์จ รัสเซลล์ ผิดพลาด! ผลที่ตามมาคืออะไรน่ะเหรอ? ก็คือรถเกิดอาการ Oversteer แบบจัดหนักจนควบคุมยากสุดๆ ในช่วงท้ายเกม ทำให้จอร์จต้องสู้กับรถตัวเองมากกว่าสู้กับคู่แข่งซะอีก ทำเอาความเร็วที่ควรจะพุ่งกระฉูดกลับดรอปลงอย่างเห็นได้ชัด
ทางด้าน Bradley Lord รองหัวหน้าทีม เมอร์เซเดส ออกมายอมรับแบบตรงๆ ว่า: “ในทางทฤษฎีแล้ว นี่คือเรซที่เราควรจะชนะได้เลยครับ เรามีความเร็วที่แข็งแกร่งมากกับจอร์จในช่วงใช้ยาง Medium และคิมีก็แรงสุดๆ ในช่วงยาง Hard แต่เราจะชนะได้ก็ต่อเมื่อทุกอย่างต้องเป๊ะ ซึ่งครั้งนี้เราพลาด เราเสียเวลาไปกับการที่นักแข่งสองคนสู้กันเองในสติ้นท์ที่สองและสาม และที่แย่ที่สุดคือเรื่องของคิมีที่รถเกิดปัญหาทางเทคนิคจนต้องออกจากการแข่งขัน”
Lord ยังพูดถึงจังหวะพิทสต็อปเจ้าปัญหาว่า: “ต้องยอมรับว่าในพิทสต็อปครั้งสุดท้าย เราปรับปีกหน้าผิดพลาดเพราะปัญหาจากตัวปืนปรับ ซึ่งมันทำให้รถมีสมดุลแบบ Oversteer อย่างมาก และส่งผลกระทบต่อความเร็วในช่วงสุดท้ายของจอร์จอย่างแน่นอน”
ดราม่าเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด และฝันร้ายของ อันโตเนลลี
นอกจากเรื่องปืนพังแล้ว ภายในทีม เมอร์เซเดส เองก็มีเรื่องให้ปวดหัว เมื่อ คิมี อันโตเนลลี ผู้นำชิงแชมป์โลกในขณะนี้ ดันขับสู้กับ จอร์จ รัสเซลล์ แบบไม่มีใครยอมใครในช่วงสติ้นท์ที่ 2 และ 3 จนทำให้ทีมเสียเวลาโดยรวมไปไม่น้อย แต่ที่ช็อกที่สุดคือตอนที่คิมีเพิ่งแซงจอร์จขึ้นนำได้เพียง 5 รอบเท่านั้น รถดันเกิดปัญหาเครื่องยนต์พังพินาศจนต้องรีไทร์ไปดื้อๆ ในอีก 5 รอบสุดท้ายก่อนจบการแข่งขัน!
เฟอร์รารี่คืนชีพ! แฮมิลตันระเบิดฟอร์มคว้าชัยครั้งแรก
ตัดภาพมาที่ฝั่ง เฟอร์รารี่ บอกเลยว่ารอบนี้มาแบบ ‘ของจริง’ เพราะขนแพ็คเกจอัปเกรดชุดใหญ่มาลงที่ บาร์เซโลนา ทำเอาความเร็วทั้งรอบคัดเลือกและรอบแข่งพุ่งทะยาน จน ลูอิส แฮมิลตัน สามารถคว้าชัยชนะครั้งแรกกับทีมม้าลำพองได้สำเร็จ!
ความแสบของ เฟอร์รารี่ คือการใช้กลยุทธ์ Three-stop ที่ดุดัน แถมยังโชคดีสุดๆ เมื่อมี Virtual Safety Car (VSC) ออกมาในจังหวะที่ทำให้ ลูอิส แฮมิลตัน เข้าพิทแล้วกลับออกมานำหน้ากลุ่มรถของ เมอร์เซเดส ได้พอดี ซึ่ง Bradley Lord เองก็ยอมรับว่า: “จริงอยู่ที่เฟอร์รารี่โชคดีกับ VSC ที่ทำให้ลูอิสออกมานำหน้าเราในพิทสต็อปครั้งสุดท้าย ถ้าไม่มีจังหวะนั้นเขาคงต้องเหนื่อยสู้กับรถคันอื่นมากกว่านี้ แม้ผลลัพธ์อาจจะไม่เปลี่ยน แต่เราคงอยู่ในจุดที่ได้เปรียบกว่าในการลุ้นแชมป์”
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ ลูอิส แฮมิลตัน ไล่จี้คะแนนสะสมของ คิมี อันโตเนลลี จนเหลือห่างเพียง 41 แต้มเท่านั้น ขณะที่ เมอร์เซเดส แม้จะเจ็บตัวจากความผิดพลาด แต่ก็ยังคงไล่บี้ในตารางคะแนนประเภททีมอย่างดุเดือด!
ที่มา: formula1.com