เบรกความกาว! วาสเซอร์เตือนทีม Ferrari อย่าเพิ่งเพ้อเรื่องแชมป์ หลังแฮมิลตันระเบิดฟอร์มคว้าชัยที่สเปน

เบรกความกาว! วาสเซอร์เตือนทีม Ferrari อย่าเพิ่งเพ้อเรื่องแชมป์ หลังแฮมิลตันระเบิดฟอร์มคว้าชัยที่สเปน

บอกเลยว่าวินาทีนี้ไม่มีอะไรจะเดือดไปกว่าสีแดงแรงฤทธิ์ของ เฟอร์รารี่ อีกแล้วครับพี่น้อง! หลังจากที่โลกต้องตะลึงเมื่อ ลูอิส แฮมิลตัน โชว์ความเก๋าจัดระเบียบการขับจนคว้าชัยชนะครั้งแรกในสีเสื้อทีมม้าลำพองได้สำเร็จที่สนาม บาร์เซโลนา-กาตาลุนญ่า ทำเอาแฟนๆ ทั่วโลกกาวกันไปไกลถึงขั้นคุยเรื่องลุ้นแชมป์โลกปี 2026 กันแล้ว!

กลยุทธ์เสี่ยงแต่คุ้ม! แฮมิลตันหักหน้าเมอร์เซเดส

ชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยอย่างเดียว แต่ต้องบอกว่า เฟอร์รารี่ กล้าได้กล้าเสียสุดๆ ด้วยการใช้กลยุทธ์เข้าพิท 3 ครั้ง (Three-stop strategy) ซึ่งดุดันกว่าฝั่ง เมอร์เซเดส ที่เลือกเล่นเซฟด้วยการเข้าพิทแค่ 2 ครั้ง บวกกับจังหวะสวรรค์ส่งที่มี Virtual Safety Car (VSC) ช่วงท้ายเกม ทำให้แฮมิลตันพุ่งทะยานเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งไปแบบหล่อๆ ซึ่งชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของฤดูกาล 2026 ที่ไม่ใช่รถของ เมอร์เซเดส ที่คว้าโพเดียมสูงสุด

นอกจากนี้ งานนี้ยังมีดราม่าเบาๆ เมื่อจ่าฝูงอย่าง คิมี อันโตเนลลี จาก เมอร์เซเดส ดันพลาดท่าต้องรีไทร์จากเรซ ทำให้ช่องว่างคะแนนแชมป์โลกถูกลดทอนลงจาก 66 แต้ม เหลือเพียง 41 แต้มเท่านั้น ยิ่งทำให้กระแสการลุ้นแชมป์ของแฮมิลตันกลับมาเดือดปุดๆ อีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวเพิ่งคว้า P2 มาได้จากทั้ง แคนาดา และ โมนาโก

วาสเซอร์เบรกตัวโก่ง: “อย่าเพิ่งดีใจจนลืมตัว”

แต่ในขณะที่แฟนๆ กำลังฉลองกันอย่างบ้าคลั่ง เฟรด วาสเซอร์ หัวหน้าทีมจอมเนี๊ยบของ เฟอร์รารี่ กลับรีบออกมาดึงสติทุกคนทันที โดยเขาย้ำว่าชัยชนะครั้งนี้คือเรื่องดี แต่มันไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน

“ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงวันนี้เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว [ที่ โมนาโก] หรอกครับ ผลลัพธ์มันต่างออกไป ผลการแข่งขันมันต่างกัน แต่ความทุ่มเทของพวกเราในโรงรถ ที่มาราเนลโล่ จากลูอิส หรือจากชาร์ลส์ [เลอแคลร์] มันไม่ได้เปลี่ยนไปเลย เราต้องใจเย็นกับเรื่องนี้” เฟรด วาสเซอร์ กล่าว

วาสเซอร์ยังวิเคราะห์ต่อว่า ความเร็วในรอบ Q2 นั้นเบียดกันยับๆ โดยมีรถ 6-7 คันที่เวลาห่างกันไม่ถึง 0.1 วินาที ซึ่งนั่นหมายความว่ารายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ คือตัวตัดสิน และสิ่งที่สำคัญที่สุดในสนาม บาร์เซโลนา คือ ‘Track Position’ หรือตำแหน่งบนแทร็ก และการมีอากาศบริสุทธิ์ (Clean Air) ในการขับขี่ หากโดนรถคันหน้าบัง ลมเปลี่ยน ทิศทางเปลี่ยน ทุกอย่างก็พังได้

แชมป์โลกปี 2026 วัดกันที่ ‘การพัฒนา’ ไม่ใช่ ‘ภาพจำ’

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือมุมมองของวาสเซอร์ต่อการลุ้นแชมป์ปีนี้ เขาบอกว่าลืมความเชื่อเดิมๆ ที่ว่า ‘ใครแรงที่สเปน จะครองโลกทั้งปี’ ไปได้เลย เพราะปี 2026 นี้ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับว่าทีมไหนจะพัฒนาตัวรถได้ต่อเนื่องและรวดเร็วกว่ากัน

“ผมคิดว่าฤดูกาลนี้ แชมป์โลกจะตัดสินกันที่ความสามารถในการพัฒนาของทีม ไม่ใช่ดูแค่ภาพถ่ายจาก บาร์เซโลนา ปกติ 25 ปีที่ผ่านมา เรามักจะพูดกันว่ารถที่เก่งที่ บาร์เซโลนา จะโดดเด่นตลอดฤดูกาล แต่ปีนี้ผมคิดว่ามันขึ้นอยู่กับว่าทีมไหนจะส่งต่อ Performance เข้าสู่ตัวรถได้ดีกว่ากัน”

แถมวาสเซอร์ยังแอบสปอยล์เบาๆ ว่าชัยชนะครั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากอัปเกรดชุดใหม่ที่ เฟอร์รารี่ ขนมาลงสนาม ซึ่งทีมอื่นไม่มี และเขากำลังเล็งจะจัดหนักต่อในเรซที่สหราชอาณาจักรเร็วๆ นี้

ก้าวต่อไปที่ออสเตรีย

เมื่อถูกถามถึงเรื่องการลุ้นแชมป์โลก วาสเซอร์ถึงกับออกอาการเซ็งเล็กน้อย โดยบอกว่าไม่อยากตอบคำถามแนวนี้ เพราะเมื่อสองสัปดาห์ก่อนยังมีคนบอกว่าทีมเขา ‘พินาศ’ แต่พอชนะปุ๊บ กลับคุยเรื่องแชมป์โลกทันที ซึ่งเขาถือว่าเป็นวิธีการคิดที่แย่ที่สุด

เป้าหมายต่อไปของทีมม้าลำพองคือสนาม ออสเตรีย ซึ่งวาสเซอร์ยืนยันว่าจะใช้แนวทางเดิม คือไม่เพ้อฝันถึงการชนะรวด 25 เรซ แต่จะเน้นเก็บรายละเอียดและพัฒนาทีละก้าวอย่างมั่นคง

เอาล่ะครับ แฟนๆ เฟอร์รารี่ ใจเย็นๆ กันก่อนนะ ดีใจได้แต่ห้ามกาวจนเกินเบอร์! มาลุ้นกันต่อว่าลูอิสและทีมจะรักษาโมเมนตัมนี้ไปได้ไกลแค่ไหนในเรซหน้า!


ที่มา: formula1.com