วิกฤตแบตฯ หรือแค่เรื่องตลก? เจาะลึกทางรอด Mercedes กับไพ่ตาย ‘ADUO’ ที่อาจเปลี่ยนเกม!

วิกฤตแบตฯ หรือแค่เรื่องตลก? เจาะลึกทางรอด Mercedes กับไพ่ตาย 'ADUO' ที่อาจเปลี่ยนเกม!

บอกเลยว่านาทีนี้ไม่มีอะไรน่าปวดหัวไปกว่าการเห็นรถ เมอร์เซเดส จอดนิ่งสนิทกลางแทร็กเพราะปัญหาเรื่อง ‘ไฟ’ อีกแล้วครับเพื่อนๆ! ใครที่ตาม F1 อยู่จะรู้ว่าช่วงนี้ค่ายดาวสามแฉกกำลังเจอฝันร้ายเรื่องความทนทานของแบตเตอรี่แบบจัดหนักจัดเต็ม จนแฟนๆ เริ่มสงสัยว่านี่มันรถแข่งหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประกันหมดอายุ!

หายนะสายฟ้าฟาด: เมื่อแบตเตอรี่กลายเป็นตัวถ่วง

ถ้าจะให้เหลาความพังของปีนี้ ต้องย้อนไปดูชะตากรรมของ จอร์จ รัสเซลล์ ที่ต้องลาโลกในมอนทรีออล และน้องใหม่ไฟแรงอย่าง คิมี อันโตเนลลี ที่โดนสอยร่วงที่บาร์เซโลนา แถมยังมีเคสแปลกๆ ที่เกิดขึ้นกับรถของ แม็คลาเรน อีก 3 ครั้ง ซึ่งใช้เครื่องของเมอร์เซเดสทั้งนั้น งานนี้ โตโต้ วูล์ฟฟ์ ถึงกับต้องออกมาเบรกดราม่าว่า “ผมให้ความสำคัญกับเรื่องความทนทานเป็นอันดับหนึ่งเลยครับ ปัญหาที่ผ่านมาส่วนใหญ่เกี่ยวกับแบตเตอรี่ก็จริง แต่มันเป็นความผิดพลาดที่ต่างจุดกันในแต่ละครั้ง”

แต่เดี๋ยวก่อน! สายวิเคราะห์อย่าง Federico Albano เขาไม่ได้ปล่อยผ่าน เพราะถ้าดูดีๆ ทั้งเคสของรัสเซลล์ในแคนาดา และอันโตเนลลีในบาร์เซโลนา รถเกิดพังทันทีหลังจาก ‘จังหวะแซง’ พอดีเป๊ะ! ตรงนี้แหละที่เป็นจุดพีค เพราะมันคือช่วง ‘Override’ ที่ MGU-K ต้องดึงพลังงานจากแบตเตอรี่ออกมาใช้อย่างรุนแรงและรวดเร็ว พูดง่ายๆ คือพอจะกดมิดเพื่อแซง แบตฯ ดันรับไม่ไหวจนระเบิดตัวเองซะงั้น!

กติกาบีบคอ: จะเปลี่ยนแบตฯ ทีต้องขออนุญาตยันเพื่อนบ้าน

เรื่องมันไม่ได้ง่ายแค่เดินไปบอกช่างว่า ‘เปลี่ยนก้อนใหม่ให้หน่อย’ เพราะ FIA เขากำหนดว่าในหนึ่งฤดูกาล นักแข่งใช้ Energy Store (แบตเตอรี่) ได้แค่ 3 ก้อน ถ้าก้อนที่ 4 มาเมื่อไหร่ เตรียมโดนทำโทษถอยไปเริ่มที่ Grid 10 ได้เลย และถ้าก้อนที่ 5 มา ก็โดนอีก 5 ตำแหน่ง!

สถานการณ์ตอนนี้คือวิกฤตขั้นสุด เพราะ แลนโด นอร์ริส ใช้ครบ 3 ก้อนไปแล้ว ส่วน คิมี อันโตเนลลี ก็น่าจะถึงลิมิตในเรซที่ออสเตรีย และ จอร์จ รัสเซลล์ ก็ใช้ไปแล้ว 2 ก้อน จะแก้แบบสุ่มสี่สุ่มห้าก็ไม่ได้ เพราะการจะดัดแปลงแบตเตอรี่ที่ Homologate (อนุมัติ) ไปแล้ว ต้องส่งแบบ CAD ให้ FIA ตรวจ และที่แสบที่สุดคือ ต้องให้ทีมคู่แข่งเซ็นเห็นชอบด้วย! ลองคิดดูว่าจะมีทีมไหนยอมให้เมอร์เซเดสเก่งขึ้นง่ายๆ?

ADUO: ไม้ตายกู้ชีพ หรืออาวุธลับเพิ่มความแรง?

นี่คือจุดที่ ‘ADUO 2%’ เข้ามามีบทบาทครับ มันคือ Development Token หรือโควตาการพัฒนาพิเศษที่ถ้าเมอร์เซเดสได้รับอนุมัติให้ใช้ พวกเขาจะสามารถรื้อระบบ Power Unit ได้กว้างขึ้นมาก ไม่ใช่แค่แก้บั๊กให้แบตไม่พัง แต่รวมไปถึงการปรับปรุง MGU-K, ระบบระบายความร้อน ERS และ Control Electronics (CE) ที่คอยคุมการชาร์จและจ่ายไฟ

นอกจากจะช่วยลดอาการ Overheat หรือแก้ปัญหาเซลล์แบตเตอรี่เสื่อมก่อนวัยอันควรแล้ว สิ่งที่น่ากลัวคือ ADUO มาพร้อมกับงบประมาณพิเศษอีก 3 ล้าน และชั่วโมงการทำงานในโรงงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหมายความว่าเมอร์เซเดสอาจจะไม่ได้แค่ ‘ซ่อมให้หายพัง’ แต่กำลัง ‘อัปเกรดให้แรงขึ้น’ แบบก้าวกระโดด!

งานนี้ต้องลุ้นกันว่าดาวสามแฉกจะใช้ไพ่ใบนี้ได้ทันเวลาไหม ไม่อย่างนั้นเราอาจจะได้เห็นรถเมอร์เซเดสกลายเป็นที่ทับกระดาษราคาแพงกลางสนามต่อไปเรื่อยๆ แอดจะคอยเกาะติดสถานการณ์นี้ให้แน่นอนครับ!


ที่มา: formulapassion.it