
บอกเลยว่าช่วงนี้แฟนๆ ดาวสามแฉก มีอาการกุมขมับกันถ้วนหน้า! แม้ว่าในตารางคะแนนตอนนี้ เมอร์เซเดส จะยังครองบัลลังก์นำทั้งแชมป์โลกประเภทนักขับและทีมผู้สร้างอยู่ แต่ฟอร์มหลังๆ นี่คือ ‘หายนะ’ ชัดๆ เมื่อความเร็วที่เคยมี กลับถูกทำลายด้วยคำว่า ‘Reliability’ หรือความทนทานที่ดันมาพังเอาดื้อๆ ในช่วงเวลาสำคัญ
เหตุการณ์ที่ทำเอาแฟนๆ ร้องจ๊ากคงหนีไม่พ้นที่ แคนาดา เมื่อ จอร์จ รัสเซลล์ กำลังจะคว้าชัยชนะแบบชิลๆ แต่ดันต้องออกจากการแข่งขันทั้งที่นำโด่ง หรือล่าสุดที่ บาร์เซโลนา-กาตาลุนญ่า ที่ดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง คิมี อันโตเนลลี กำลังขับไล่บี้ในอันดับ 2 แต่ดันมา ‘ไฟดับ’ (Electrical Shutdown) จนต้องรีไทร์ก่อนเข้าเส้นชัยเพียงแค่ 3 รอบเท่านั้น! เรียกได้ว่าเจ็บจนจุกของจริง
ล่าสุด James Allison ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของ เมอร์เซเดส ออกมายอมรับแบบแมนๆ ว่าปัญหาทั้งหมดนี้มันมาจาก ‘จุดเดียวกัน’ นั่นคือเรื่องของแบตเตอรี่ โดย Allison ให้สัมภาษณ์ว่า:
“ผมคิดว่าใครที่ติดตามกีฬานี้อย่างใกล้ชิดคงเห็นแล้วว่า มีรถที่ใช้เครื่องยนต์เมอร์เซเดสหลายคันต้องจอดสนิทในซีซั่นนี้ แม้มันจะไม่เหมือนกันเป๊ะๆ แต่มันมีต้นตอมาจากส่วนเดียวกันในแบตเตอรี่ ซึ่งตอนนี้ผมคิดว่าเราเข้าใจจุดเสี่ยงส่วนใหญ่แล้ว และถ้าโชคดีหน่อย เมื่อเราเริ่มนำ ‘โมดูล’ (ซึ่งเราเรียกแบตเตอรี่ว่าโมดูล) ตัวใหม่เข้ามาใช้ในระหว่างฤดูกาล สถานการณ์ของทีมเราน่าจะดีขึ้น”
แถม Allison ยังยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่าการที่รถ DNF (Did Not Finish) บ่อยๆ แบบนี้มันคือความล้มเหลวของกระบวนการทำงาน โดยเขากล่าวว่า “แน่นอนว่าเรื่องนี้สำคัญมาก การที่รถต้องรีไทร์แบบนี้มันเจ็บปวดสุดๆ เราพยายามทำให้ความล้มเหลวเกิดขึ้นในการทดสอบหรือบนเครื่องทดสอบ ไม่ใช่ตอนที่ออกไปล่าแต้มชิงแชมป์โลก แต่มันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป ซึ่งนี่คือความล้มเหลวในกระบวนการของเราที่พยายามจะรีดประสิทธิภาพออกมาโดยไม่ให้มีผลเสียตามมา”
แต่นอกจากเรื่องเครื่องยนต์แล้ว สงครามในสนามยังเดือดปุดๆ เพราะตอนนี้ เฟอร์รารี่ กำลังไล่กวดมาติดๆ โดยเฉพาะ ลูอิส แฮมิลตัน ที่ย้ายค่ายไปสวมชุดแดง แล้วกลับมาเช็คบิลเอาชนะอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง จอร์จ รัสเซลล์ คว้าโพลและชนะการแข่งขันที่ บาร์เซโลนา-กาตาลุนญ่า ไปได้อย่างเหนือชั้น ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากแพ็คเกจ Upgrade ชุดใหญ่ที่ เฟอร์รารี่ ขนมาลงสนาม ในขณะที่ เมอร์เซเดส ลงของเสริมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
Allison เปรียบเทียบการต่อสู้ครั้งนี้เหมือนการดวล ‘ปืน’ โดยบอกว่าการอัปเกรดครั้งใหญ่หนึ่งครั้ง มีค่าเท่ากับช่องว่างที่ เมอร์เซเดส เคยนำทีมอื่นในช่วงต้นฤดูกาลเลยทีเดียว ดังนั้นถ้าคู่แข่งอย่าง เฟอร์รารี่ ยิงอัปเกรดใส่แต่เราไม่มีอะไรไปโต้กลับ ช่องว่างที่เคยรู้สึกว่าปลอดภัยก็จะหายไปทันที
สรุปสถานการณ์ตอนนี้: คิมี อันโตเนลลี ยังนำเป็นจ่าฝูง ตามมาด้วย ลูอิส แฮมิลตัน (ตามหลัง 41 แต้ม) และ จอร์จ รัสเซลล์ (ตามหลัง 50 แต้ม) ส่วนทีมผู้สร้าง เมอร์เซเดส ยังนำ เฟอร์รารี่ อยู่ 72 แต้ม แต่บอกเลยว่าถ้ายังแก้ปัญหา ‘แบตเตอรี่’ ไม่ตก และปล่อยให้ฝั่งแดงอัปเกรดรถรัวๆ แบบนี้ มีหวังโดนแซงแบบไม่ทันตั้งตัวแน่นอน!
ทางด้าน ฌากส์ วิลล์เนิฟ ก็ออกมาวิเคราะห์ใน F1 Show podcast ว่า ทั้ง คิมี อันโตเนลลี และ จอร์จ รัสเซลล์ จะต้องเจอกับความกดดันมหาศาล เมื่อเห็น ลูอิส แฮมิลตัน กลับมาท็อปฟอร์มอีกครั้งในสีเสื้อใหม่ งานนี้บอกเลยว่าเดือดจัด!
ที่มา: skysports.com