/Madrid_pic1.webp)
เตรียมตัวกันให้พร้อมเหล่าสาวกความเร็ว! เพราะการกลับมาของ F1 ในกรุงมาดริด ประเทศสเปน ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การย้อนวันวานในรอบ 45 ปี (นับจากยุค Jarama) แต่มันคือการเปิดตัวโปรเจกต์ยักษ์ที่ชื่อว่า ‘Madring’ สนามแข่งมูลค่ากว่า 125 ล้านปอนด์ ที่เตรียมจะสร้างตำนานบทใหม่ในวันที่ 11-13 กันยายน 2026 นี้!
แต่ไฮไลท์ที่แอดบอกเลยว่า ‘ต้องจับตา’ แบบห้ามกระพริบตา คือโค้ง 12 ที่ชื่อว่า ‘La Monumental’ ซึ่งชื่อนี้ไม่ได้ตั้งมาเล่นๆ เพราะมันคือความอลังการระดับมอนิวเมนท์ของจริง!
ทำไม La Monumental ถึงเป็น ‘ของจริง’?
ลองจินตนาการถึงโค้ง 270 องศาที่ถูกออกแบบมาให้เหมือนกับ ‘สนามสู้วัวกระทิง’ (Bullring) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสเปน ความกว้างของแทร็กตรงจุดนี้อยู่ที่ 12 เมตร แต่ความพีคคือ Banking (ความลาดชัน) ที่สูงถึง 24% (หรือ 13.5 องศา)
หลายคนอาจจะบอกว่า “เฮ้ย Zandvoort ก็ชันกว่านะ (18 องศา)” ใจเย็นเพื่อน! จุดที่ต่างกันแบบฟ้ากับเหวคือ ที่ซานด์ฟอร์ตคุณเข้าโค้งด้วยความเร็วต่ำ แต่ที่ La Monumental คุณจะพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูงปรี๊ด! ซึ่งความชันระดับนี้บวกกับความเร็ว จะสร้างแรง G มหาศาลที่กดนักแข่งลงกับเบาะแบบจุกๆ
มุมมองจาก ‘เจ้าถิ่น’ คาร์ลอส ซายน์ซ
ทางด้าน คาร์ลอส ซายน์ซ นักขับตัวตึงจาก เฟอร์รารี่ ได้ออกมาวิเคราะห์ความเดือดของโค้งนี้ไว้ว่า:
“ผมจำเป็นต้องใช้ซิมูเลเตอร์เพื่อบอกรายละเอียดที่แม่นยำว่ามันจะรู้สึกยังไง แต่ตอนนี้ผมบอกได้เลยว่ามันดูน่าประทับใจมาก เพราะเราจะเข้าโค้งนั้นด้วยความเร็วที่สูงมาก ความรู้สึกของผมคือเราอาจจะกดคันเร่งมิด (Flat out) ตลอดทาง และมันจะสร้างโอกาสในการแซงในโค้งซ้ายแคบๆ ถัดไป การมี Banking จะช่วยให้คุณเลือกตำแหน่งรถได้ว่าจะอยู่สูงหรือต่ำเพื่อหา Clean Air ในการไล่ตาม แต่ถ้าถ้ากดมิดได้ง่ายๆ มันก็จะกลายเป็นโค้งที่สร้าง Slipstream ได้เยอะ เหมือนที่เราเห็นใน ซานด์ฟอร์ต ครับ”
กลยุทธ์การขับ: เก็บพลังงานเพื่อระเบิดพลัง!
ความยาวของโค้งนี้อยู่ที่ 550 เมตร โดย คาร์ลอส ซายน์ซ คาดการณ์ว่าความเร็วตอนเข้าจะอยู่ที่ 180-200 กม./ชม. และจะเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ตลอดทาง ซึ่งจุดเด่นของสนาม Madring คือการออกแบบให้มีโค้งช้าและจุดขึ้นเนิน (เช่น โค้ง 8 ที่เป็น Blind entry) เพื่อให้นักแข่งเก็บพลังงานไฟฟ้า (Energy Harvesting) แล้วนำมาปลดปล่อยพลังแบตเตอรี่สูงสุดในโค้ง La Monumental เพื่อรีดความเร็วให้ได้มากที่สุดก่อนเข้าสู่ช่วงถัดไป
แต่ระวังให้ดี! เพราะตรงทางออกของ La Monumental จะมีเนิน (Crest) ที่ทำให้ทัศนวิสัยกลายเป็น ‘จุดบอด’ ชั่วขณะ ใครพลาดนิดเดียวคือปลิวแน่นอน!
ข้อมูลสนาม Madring ที่คุณต้องรู้ก่อนเชียร์
- ความยาวรวม: 5.4 กม. มีทั้งหมด 22 โค้ง
- ดีไซน์ล้ำ: แบ่งเป็น 2 โซน คือโซนใต้ (ใช้ถนนสาธารณะและฮอลล์ IFEMA ให้ฟีล Street Circuit) และโซนเหนือ (Valdebebas ที่เน้นทางลาดชันแบบสนามแข่งจริง)
- ความจุผู้ชม: 140,000 ที่นั่ง (แบ่งโซนเหนือ 40% และใต้ 60%)
- Fan Zone: ใหญ่ที่สุดในปฏิทิน F1 ด้วยพื้นที่กว่าครึ่งล้านตารางเมตร ล้อมรอบโค้ง La Monumental
- ความหรูหรา: ถ้วยรางวัลออกแบบโดย Pininfarina และมีสโลแกนสุดเท่ว่า ‘De Madring al cielo’ (จาก Madring สู่สรวงสวรรค์)
บอกเลยว่านี่จะเป็นการปิดฉาก European Season 2026 ที่เดือดที่สุดเท่าที่เคยมีมา ใครจะเป็นเจ้าแห่งสนามสู้วัวกระทิงแห่งนี้ เดี๋ยวรู้กัน!
ที่มา: formula1.com