
บอกเลยว่างานนี้มีเดือด! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความเร็ว แต่มันคือสงครามประสาทระดับโลก เมื่อวงการ F1 ต้องสั่นสะเทือนอีกครั้งกับดราม่าหลังการแข่งขันที่สนาม บาร์เซโลนา แต่ดันเป็นเรื่องย้อนกลับไปที่ โมนาโก! งานนี้มีทั้งการริบโพเดียม การยื่นอุทธรณ์ และที่พีคที่สุดคือ ‘ถ้วยรางวัลที่หายไป’ แอดสรุปมาให้แบบเน้นๆ แล้วครับ!
สรุปปมเดือด: เมื่อ ‘สายวัด’ ทำเรื่อง!
จุดเริ่มต้นของความวุ่นวายนี้เกิดขึ้นเมื่อ ปิแอร์ แกสลีย์ จากทีม อัลพีน ได้ยื่นเรื่อง Right of Review (ขอทบทวนคำตัดสิน) เกี่ยวกับบทลงโทษความเร็วเกินกำหนดในพิตเลนที่ โมนาโก ซึ่งตอนแรกเขาโดนโทษหนักจนร่วงจากโพเดียม แต่ผลปรากฏว่า อัลพีน พิสูจน์ได้ว่าข้อมูลการจับเวลาของ FOM (Formula One Management) มัน ‘เพี้ยน’ ครับพี่น้อง! ความยาวของพิตเลนที่ใช้วัดมันผิดพลาด ทำให้แกสลีย์ไม่ได้ขับเร็วเกินกำหนดอย่างที่ถูกกล่าวหา
ผลที่ตามมาคือ FIA สั่งคืนอันดับ 3 ให้กับ ปิแอร์ แกสลีย์ ทันที! ซึ่งแน่นอนว่าคนที่ซวยคือ ไอแซก แฮดจาร์ นักขับดาวรุ่งของ เรดบูลล์ ที่โดนเบียดตกจากอันดับ 3 ลงไปอยู่อันดับ 4 แบบงงๆ ทั้งที่ฉลองชัยไปแล้ว
ดราม่า ‘ถ้วยรางวัล’ ที่ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน!
ความแสบมันอยู่ตรงนี้ครับ! แม้ผลการแข่งจะเปลี่ยน แต่ เรดบูลล์ กลับทำตัวเป็น ‘เจ้าของถ้วย’ ผู้ใจแข็ง โดยปฏิเสธที่จะส่งมอบถ้วยรางวัลอันดับ 3 ให้กับแกสลีย์ โดยอ้างว่ากำลังพิจารณาเรื่องการยื่นอุทธรณ์ (Appeal) อยู่ ซึ่งตอนนี้ไม่มีใครรู้เลยว่าถ้วยใบนั้นถูกเก็บไว้ที่ไหน จะอยู่ที่บาร์เซโลนา หรือแอบเอาไปซ่อนไว้ในตู้เซฟที่โรงงานก็ไม่มีใครทราบ!
งานนี้ไม่ใช่แค่ เรดบูลล์ ที่ไม่ยอม แต่ แม็คลาเรน ก็ร่วมวงแจ้ง FIA ว่าเตรียมยื่นอุทธรณ์เช่นกัน โดยทั้งสองทีมมีเวลาตัดสินใจจนถึงเช้าวันอังคารนี้ (ตามเวลาประเทศไทย)
เสียงจากบอส: เรื่องของ ‘หลักการ’ หรือ ‘ความสะใจ’?
โลรองต์ เมคีส์ บอสใหญ่ของ เรดบูลล์ ออกมาให้สัมภาษณ์แบบหล่อๆ ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของหลักการ โดยกล่าวว่า: “ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของหลักการเพื่อประโยชน์ของกีฬา เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าเราจะจัดการกับบทลงโทษที่ไม่สามารถอุทธรณ์ได้ระหว่างการแข่งขันอย่างไร และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องเมื่อจบการแข่งขัน ไม่มีระบบวัดค่าใดในโลกที่สมบูรณ์แบบหรอกครับ มีวิธีวัดความเร็วตั้งมากมายและทุกวิธีก็มีจุดผิดพลาด แต่เราใช้ระบบนี้มาหลายปีแล้ว รถ 17-18 คันก็ทำตามกฎได้ ดังนั้นเราแค่ต้องการให้แน่ใจว่ากีฬาของเรามีแนวทางที่มั่นคงพอ เพื่อความเท่าเทียมสำหรับทั้งแฟนๆ และผู้เข้าแข่งขันในอนาคต”
เมอร์เซเดสขอแจม! หวังดึง จอร์จ รัสเซลล์ กลับมามีแต้ม
ในขณะที่คนอื่นตีกัน เมอร์เซเดส ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ขอส่งคำร้องขอทบทวนผลการแข่งด้วย เพราะ จอร์จ รัสเซลล์ ดันโดนโทษความเร็วในพิตเลนที่ โมนาโก เช่นกัน และเนื่องจากไม่ได้เข้ารับโทษในช่วง Safety Car ทำให้โดนสั่ง Drive-through จนอันดับร่วงไปนอกโซนทำแต้ม
อย่างไรก็ตาม โตโต้ วูล์ฟฟ์ บอสของ เมอร์เซเดส ยอมรับแบบตรงๆ ว่างานนี้ยาก: “ผมได้ยื่นขอ Right of Review เพราะคุณก็แค่ต้องการมีที่นั่งบนโต๊ะเวลาที่มีการตัดสินใจเกิดขึ้น แต่ผมก็ยังคิดว่ามันเป็นเรื่องที่โอกาสสำเร็จริบหรี่ (Long shot) มากๆ”
สรุปสั้นๆ คือตอนนี้ ปิแอร์ แกสลีย์ ได้อันดับคืน แต่ยังไม่ได้ถ้วย! ส่วน เรดบูลล์ และ แม็คลาเรน กำลังกุมขมับว่าจะสู้ต่อดีไหม ส่วน เมอร์เซเดส ก็แค่ขอลองเสี่ยงดวงดูสักตั้ง ใครจะชนะในเกมกฎหมายครั้งนี้ แอดจะรีบคาบข่าวมาบอกทันทีครับ!
ที่มา: the-race.com