
บอกเลยว่าสนามนี้มีเรื่องให้คุยยาวๆ! สำหรับศึก Spanish Grand Prix ที่เพิ่งจบลงไป ซึ่งต้องบอกว่ามันเป็นภาพที่หาดูได้ยากมาก เพราะเราได้เห็น ‘British Invasion’ แบบเต็มรูปแบบ เมื่อสามอันดับแรกบนโพเดียมเป็นนักขับชาวอังกฤษยกชุด ทั้ง ลูอิส แฮมิลตัน, จอร์จ รัสเซลล์ และ แลนโด นอร์ริส ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 1968 แล้วนะพี่ชาย! นานจนเกือบจะเป็นยุคไดโนเสาร์แล้ว!
ไฮไลท์เด็ดที่สุดคงหนีไม่พ้น ลูอิส แฮมิลตัน ที่ระเบิดฟอร์มในสีเสื้อของ เฟอร์รารี่ คว้าชัยชนะครั้งแรกกับทีมม้าลำพองได้สำเร็จ ทำเอาแฟนๆ ทั่วโลกกรี๊ดสลบ ส่วนทางด้าน จอร์จ รัสเซลล์ จาก เมอร์เซเดส ก็ตามมาเก็บ P2 ไปแบบหล่อๆ
ตัดกลับมาที่ฝั่งของแชมป์โลกคนปัจจุบันอย่าง แลนโด นอร์ริส ที่ขับรถหมายเลข 1 ของ แม็คลาเรน ถึงแม้จะคว้าอันดับ 3 มาครองได้ แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ค่อยปลื้มกับความเร็วของรถเท่าไหร่ โดยนอร์ริสยอมรับแบบแมนๆ ว่าชัยชนะครั้งนี้มีเรื่องของ ‘โชค’ เข้ามาเกี่ยว เพราะ คิมี อันโตเนลลี จาก เมอร์เซเดส ดันมาพังกลางคัน (Technical Failure) ทำให้โอกาสหลุดเข้ามาติดโพเดียมของเขาง่ายขึ้น
“ก่อนอื่นต้องยินดีกับ ลูอิส ด้วยครับ เป็นเรื่องยอดเยี่ยมที่ได้เห็นเขากลับไปอยู่บนจุดสูงสุดของโพเดียมอีกครั้ง ผมดีใจกับเขาจริงๆ ส่วนการแข่งขันวันนี้มันหนักมาก ผมพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ไล่ตามกลุ่มหน้าให้ทัน แต่พวกเขาเร็วว่าเราจริงๆ”
“เราพยายามประคองตัวให้อยู่ในเกมเพื่อรอโอกาส และถึงแม้สุดท้ายเราจะได้โชคช่วยบ้าง แต่ผมก็มีความสุขมากที่ทีมได้กลับมาอยู่บนโพเดียม ตอนนี้เราแค่ขาดอะไรบางอย่างไปนิดเดียวเพื่อที่จะลุ้นชัยชนะได้อย่างสม่ำเสมอ เรากำลังพัฒนาขึ้นและทำงานกันหนักมาก แต่ต้องยอมรับว่าคู่แข่งทำผลงานได้ดีกว่าเราเล็กน้อยในตอนนี้ เราต้องให้เครดิตพวกเขา แล้วก้มหน้าก้มตาพัฒนาต่อไป ผมพอใจกับทิศทางที่เรากำลังไป และจะสู้เต็มที่เพื่อปิดช่องว่างตรงนี้ให้ได้”
ในขณะที่เพื่อนร่วมทีมอย่าง ออสการ์ ปิอัสตรี งานนี้บอกเลยว่า ‘ท้อ’ เพราะต้องสู้กับปัญหาเรื่อง Grip และ Pace ของรถตลอดทั้งเรซ แถมสภาพอากาศในวันอาทิตย์ยังเล่นตลก ต่างกับวันศุกร์ที่ลองรถแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ทำให้ปิอัสตรีทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร
“มันเป็นวันที่ยากลำบากครับ เราสู้กับเรื่อง Grip และจังหวะการขับตลอดทั้งเกม ทำให้เราไม่สามารถขยับอันดับขึ้นไปได้เลย สภาพสนามวันนี้ต่างจากวันศุกร์มาก ซึ่งตอนนั้นเราดูแข็งแกร่งกว่านี้ เราต้องกลับไปทำการบ้านว่าทำไมถึงเจอปัญหาเยอะขนาดนี้”
“อย่างไรก็ตาม การที่เห็น แลนโด สามารถสู้กับ เมอร์เซเดส ได้ก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าให้กำลังใจ ทีมงานทำหน้าที่ในพิทสต็อปได้เยี่ยมมาก ความทนทานของรถก็ไม่มีปัญหา เราดึงศักยภาพออกมาได้มากที่สุดในจุดอื่นแล้ว เราจะวิเคราะห์บทเรียนจากสนามนี้เพื่อเตรียมตัวสำหรับสนามต่อไปที่ ออสเตรีย“
สรุปภาพรวมของ แม็คลาเรน ในตอนนี้ แม้จะยังรั้งอันดับ 3 ในตารางคะแนนสะสมทีมผู้สร้าง (Constructors’ Championship) และมีจุดแข็งเรื่องความชัวร์ในพิทและการดูแลรถ แต่ถ้าอยากจะกลับมาทวงบัลลังก์ความเร็วเพื่อสู้กับ เฟอร์รารี่ และ เมอร์เซเดส ให้ได้แบบช็อตต่อช็อต งานนี้ต้องรีบอัปเกรดด่วนๆ ก่อนจะโดนทิ้งห่างไปมากกว่านี้!
ที่มา: formulapassion.it