จบยุคตัวตลก! สเตลล่าลั่น McLaren ยกระดับความชัวร์หลังนอร์ริสคืนฟอร์มคว้าโพเดียมที่บาร์เซโลนา

จบยุคตัวตลก! สเตลล่าลั่น McLaren ยกระดับความชัวร์หลังนอร์ริสคืนฟอร์มคว้าโพเดียมที่บาร์เซโลนา

กลับมาผงาดได้สักทีนะเพื่อน! หลังจากที่ทำเอาแฟนๆ ใจหายใจคว่ำกับช่วงเวลาที่เหมือนนั่งรถไฟเหาะตีลังกา โดยเฉพาะ แลนโด นอร์ริส ที่ต้องเจอฝันร้ายกับปัญหา Reliability จนต้องรีไทร์รวดทั้งที่แคนาดาและโมนาโก แต่ล่าสุดในศึก Spanish Grand Prix ที่สนามบาร์เซโลนา-กาตาลุนญ่า ดูเหมือนว่าทาง แม็คลาเรน จะทำการบ้านมาดีจนกู้ศรัทธากลับมาได้สำเร็จ!

อันเดรีย สเตลล่า หัวหน้าทีมคนเก่งของแม็คลาเรน ออกมาเปิดใจแบบมั่นใจว่าตอนนี้ทีมได้ ‘ยกระดับมาตรฐาน’ ขึ้นมาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องความทนทานของรถที่เคยเป็นจุดอ่อนก่อนหน้านี้ โดยสเตลล่ากล่าวว่า “มันเป็นสุดสัปดาห์ที่ค่อนข้างสงบและสะอาดในแง่ของความน่าเชื่อถือ เราลืมไม่ได้ว่าในบางสัปดาห์ก่อนหน้านี้ เราไม่ได้มีปัญหาแค่ในวันอาทิตย์ แต่ลามไปถึงช่วงซ้อมด้วย”

แต่ก็นั่นแหละครับ สไตล์คนทำงานจริง สเตลล่าไม่ได้ดีใจจนออกนอกหน้า เพราะเขาบอกว่า “ผมไม่อยากตัดสินความน่าเชื่อถือจากแค่การแข่งครั้งเดียว ผมอยากตัดสินจากภาพรวมทั้งฤดูกาล แต่เราต้องสร้างต่อจากจุดที่เราอยู่ และค่อยๆ เดินหน้าไปทีละสนาม” พร้อมกับย้ำชัดว่าการให้ความสำคัญกับรายละเอียดและการรีเซ็ตมาตรฐานการทำงานร่วมกับ HPP (Honda Performance Development) คือกุญแจสำคัญที่ทำให้รถ MCL40 กลับมานิ่งขึ้น

เจาะลึกฟอร์มสนามบาร์เซโลนา: นอร์ริสคืนชีพ ปิอัสตรีเกาะกลุ่ม

มาดูฝั่งนักแข่งกันบ้าง แลนโด นอร์ริส เริ่มต้นด้วยการคว้า P4 ในรอบควอลิฟาย ซึ่งตามหลัง จอร์จ รัสเซลล์ จากเมอร์เซเดสอยู่ประมาณ 0.3 วินาที และในวันแข่งนอร์ริสก็โชว์ความเก๋าประคองรถในอันดับ 4 มาตลอด จนกระทั่งโชคเข้าข้างเมื่อ คิมี อันโตเนลลี ของเมอร์เซเดสเกิดรีไทร์ไปก่อน ทำให้นอร์ริสส้มหล่นคว้า P3 กลับขึ้นไปยืนบนโพเดียมได้สำเร็จ! ส่วนคู่หูอย่าง ออสการ์ ปิอัสตรี ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม จบในอันดับ P5 เสริมแต้มให้ทีมได้อย่างสวยงาม

ยอมรับตรงๆ! เฟอร์รารี่คือ ‘เบอร์หนึ่ง’ เรื่องแชสซีตอนนี้

ถึงแม้จะแฮปปี้กับโพเดียม แต่สเตลล่าก็วิเคราะห์แบบไม่อวยว่า ตอนนี้ เฟอร์รารี่ คือทีมที่น่ากลัวที่สุด โดยเฉพาะหลังจากที่ ลูอิส แฮมิลตัน คว้าชัยชนะครั้งแรกกับทีมม้าลำพองได้อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งสเตลล่ามองว่าอัปเดตล่าสุดของเฟอร์รารี่มันดุมาก

“ผมคิดว่าการแข่งครั้งนี้ให้คำตอบเราชัดเจนว่า ตอนนี้เฟอร์รารี่คือรถที่มีแชสซีดีที่สุด เราเห็นได้ชัดในเซกเตอร์กลาง โดยเฉพาะโค้งความเร็วปานกลางที่พวกเขาน่ากลัวมาก” สเตลล่าวิเคราะห์ต่อว่าแม็คลาเรนนั้นเก่งในโค้งความเร็วสูง (อย่างโค้ง 3, 9 และ 14) แต่ดันตกม้าตายเรื่อง Grip ในโค้งความเร็วต่ำและปานกลาง

แผนการขั้นต่อไปของ McLaren:

สรุปสั้นๆ คือ แม็คลาเรนตอนนี้เหมือนคนที่เพิ่งหายป่วยและเริ่มกลับมาฟิตซ้อม แต่ถ้าอยากจะไล่กวดเฟอร์รารี่ที่นำห่างอยู่ในตาราง Constructor อยู่ 49 แต้ม งานนี้บอกเลยว่าต้องรีบปั่นอัปเดตด่วนๆ ไม่งั้นโดนทิ้งห่างจนมองไม่เห็นไฟท้ายแน่นอน!


ที่มา: formula1.com