
บอกเลยว่าโลกแทบแตก! ใครจะไปเชื่อว่าเราจะได้เห็นภาพ ลูอิส แฮมิลตัน ในชุดสีแดงฉาน ยืนฉลองชัยชนะบนจุดสูงสุดของโพเดียมในนามของทีม เฟอร์รารี่ ได้เสียที หลังจากย้ายค่ายมาตั้งแต่ต้นปี 2025 และต้องอดทนรอมาจนถึงฤดูกาลที่สอง ในที่สุดความฝันของเหล่า Tifosi และตัวนักแข่งเองก็เป็นจริงในรายการ บาร์เซโลนา-กาตาลุนญ่า กรังด์ปรีซ์ 2026!
ดุเดือดท้าแดด! กลยุทธ์ 3 Stop ที่ทำเอาคู่แข่งต้องกุมขมับ
การแข่งขันครั้งนี้บอกเลยว่า ‘เดือด’ ของจริง ไม่ใช่แค่เรื่องความเร็ว แต่สภาพอากาศที่ บาร์เซโลนา คือร้อนระอุแบบ Sweltering จนแทบละลาย แต่ ลูอิส แฮมิลตัน ในวัย 41 ปี กลับโชว์คลาสระดับตำนานด้วยการใช้กลยุทธ์เข้าพิทถึง 3 ครั้ง (Three-stop strategy) ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่เฉียบขาด ทำให้เขาทิ้งห่างคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น เข้าเส้นชัยด้วยระยะห่างเกือบ 20 วินาที!
นอกจากนี้ การชนะครั้งนี้ยังสร้างสถิติใหม่ เพราะแฮมิลตันกลายเป็นผู้ชนะที่อายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ F1 นับตั้งแต่ เซอร์ แจ็ค แบรกแฮม เมื่อปี 1970 นู่นเลย พี่แกยังเก๋าเกมและฟิตปั๋งจนรุ่นน้องต้องยอมสยบ
โพเดียม All-British ครั้งแรกตั้งแต่ปี 1968!
ความพีคไม่ได้มีแค่ชัยชนะของลูอิส เพราะโพเดียมครั้งนี้คือการรวมตัวของ ‘แก๊งอังกฤษ’ แบบครบเซ็ต โดยมี จอร์จ รัสเซลล์ คว้าอันดับ 2 และ แลนโด นอร์ริส จาก แม็คลาเรน ตามมาเป็นอันดับ 3 ซึ่งนี่คือครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1968 ที่นักแข่งจากอังกฤษเหมาโพเดียม 1-2-3 แบบนี้ แอดบอกเลยว่าขนลุก!
ทางด้าน จอร์จ รัสเซลล์ ให้สัมภาษณ์แบบซึ้งๆ ว่า “ผมขอแสดงความยินดีกับเขาอย่างมาก เพราะผมรู้ว่าเขาทำงานหนักแค่ไหน เราใช้เวลาหลายปีร่วมกันที่ เมอร์เซเดส ผมดีใจมากที่ได้เห็นเขากลับมาเป็นลูอิสคนเดิมที่ผมจำได้ตอนที่ผมยังเป็นเด็กที่นั่งดู F1”
ส่วน แลนโด นอร์ริส ก็เสริมว่า “ลูอิสโชว์ฟอร์มเหนือชั้นมากวันนี้ ผมคิดว่าไม่ว่ายังไงเขาก็ชนะอยู่ดี ดีใจที่เห็นเขาบนโพเดียม และเป็นโพเดียม All-British ตั้งแต่ปี 1968 ด้วย เป็นประสบการณ์ที่เจ๋งมากที่ได้ขึ้นไปอยู่กับจอร์จและลูอิส โดยเฉพาะลูอิสที่เป็นคนดีมากจริงๆ”
ดราม่ากลางสนาม: อันโตเนลลีเกือบช็อกโลก แต่จบแบบเจ็บจี๊ด
แต่สนามนี้ไม่ได้มีแค่รอยยิ้ม เพราะมีดราม่าเกิดขึ้นในช่วงท้ายเกม เมื่อ คิมี อันโตเนลลี ดาวรุ่งพุ่งแรงที่มาเสียบแทนที่แฮมิลตันในทีม เมอร์เซเดส ทำเซอร์ไพรส์แซง จอร์จ รัสเซลล์ ขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ได้สำเร็จ! แต่ในขณะที่แฟนๆ กำลังเฮ อันโตเนลลีกลับต้องออกจากการแข่งขัน (Retired) ในช่วงโค้งสุดท้ายอย่างน่าเสียดาย
ถึงจะรีไทร์ แต่อันโตเนลลีก็ยังเป็นสุภาพบุรุษ โดยกล่าวว่า “ผมดีใจกับลูอิสมากครับ เพราะเขาไล่ล่าชัยชนะครั้งแรกกับ เฟอร์รารี่ มานานมากแล้ว ผมมีความสุขที่เห็นเขาประสบความสำเร็จ” และที่สำคัญคือเจ้าหนูคนนี้ยังนำลูอิสในตารางคะแนนสะสมชิงแชมป์โลกอยู่ถึง 41 แต้ม!
สถานการณ์ภายในค่ายม้าลำพอง และฝั่งคู่แข่ง
ทางด้าน ชาร์ลส์ เลอแคลร์ เพื่อนร่วมทีมของลูอิส ต้องพบกับโชคร้ายเมื่อรถเกิดปัญหาไฮดรอลิกจนต้องรีไทร์ แต่เขาก็ยังยินดีกับเพื่อนร่วมทีมว่า “ยินดีกับลูอิสอย่างมาก เขาทำได้ยอดเยี่ยมจริงๆ และยินดีกับทีมงานทุกคนที่ผลักดันการอัปเกรดรถอย่างหนัก ซึ่งตอนนี้มันเห็นผลแล้ว”
เฟรด วาสเซอร์ หัวหน้าทีม เฟอร์รารี่ ยอมรับว่าปีที่ผ่านมาทีมมีช่วงที่ ‘ขึ้นและลง’ อยู่บ้าง แต่การอัปเกรดล่าสุดคือจุดเปลี่ยนสำคัญ ขณะที่ โตโต้ วูล์ฟฟ์ แห่ง เมอร์เซเดส ต้องยอมรับความพ่ายแพ้เป็นครั้งแรกของปีในรายการนี้
ส่วน แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน ที่ครั้งนี้ไม่ได้ขึ้นโพเดียม ทำได้เพียงโพสต์สั้นๆ ลงโซเชียลว่า “ยินดีด้วย ลูอิส แฮมิลตัน ชัยชนะครั้งแรกในชุดสีแดง”
ปรากฏการณ์ที่มากกว่าแค่กีฬารถแข่ง
ชัยชนะของลูอิสครั้งนี้ไม่ได้ดังแค่ในวงการมอเตอร์สปอร์ต แต่ลามไปถึงซุปตาร์ระดับโลก ทั้ง เดนิส ลูอิส, มาเรีย ชาราโปว่า, เอียน ไรท์, มิคาเอลา ชิฟฟริน, AJ Tracey และ อเล็กซิส โอฮานียน ที่ต่างออกมาแสดงความยินดีกับความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้
ที่มา: formula1.com