
สิ้นสุดการรอคอยที่ยาวนานถึง 686 วัน! บอกเลยว่างานนี้แฟนๆ ‘ม้าลำพอง’ ได้เฮลั่นสนามบาร์เซโลนา เมื่อ ลูอิส แฮมิลตัน กลับมาผงาดคว้าแชมป์อีกครั้งในรายการ Spanish Grand Prix 2026 จบสถิติหิวกระหายชัยชนะที่ยาวนานถึง 40 เรซได้สำเร็จ ซึ่งชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความเร็ว แต่มันคือการปลดล็อกความกดดันมหาศาลที่สั่งสมมาตั้งแต่ย้ายค่าย
ย้อนรอยปี 2025: ปีที่เกือบพังกับคำวิจารณ์ที่ทิ่มแทง
แอดบอกเลยว่าถ้าใครตามข่าวช่วงปี 2025 จะรู้ว่าชีวิตของแฮมิลตันไม่ง่ายเลย เจ้าตัวยอมรับแบบตรงๆ ว่าปีที่ผ่านมามัน ‘ซับซ้อน’ และเริ่มต้นจากสถานการณ์ที่ยากลำบากแบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อในช่วงต้นปี หรือการปรับตัวกับรถคันใหม่ แต่นั่นยังไม่เจ็บเท่ากับคำพูดของเพื่อนร่วมอาชีพ
แฮมิลตันเปิดใจแบบดุๆ ว่า “ผมคิดว่ามันง่ายนะที่จะมองคนอื่นในแง่ลบ และผมคิดว่ามันยิ่งแย่เข้าไปใหญ่เมื่อคำพูดนั้นมาจากนักแข่งที่รู้ดีว่างานนี้มันยากแค่ไหน และบางทีเขาอาจจะยังไม่มีความสำเร็จเท่ากับที่ผมเคยทำได้ แต่ก็ยังเลือกที่จะพูดถึงผมในแง่ลบ” แหม่… ฟังแล้วมีสะดุ้งกันบ้างแหละงานนี้!
พลังแห่งแฟนคลับ และการ ‘รื้อระบบ’ หลังบ้านเฟอร์รารี่
ในช่วงที่ดิ่งที่สุด แฮมิลตันเผยว่าสิ่งที่ฉุดเขาขึ้นมาได้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเหล่าแฟนคลับที่คอยส่งเสียงเตือนสติว่า “อย่าลืมว่าคุณเป็นใคร” ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้เขากลับมาฮึดสู้และไม่ยอมแพ้
นอกจากเรื่องใจแล้ว เรื่อง ‘ของ’ ก็ต้องเป๊ะ! แฮมิลตันเล่าว่า เฟรด วาสเซอร์ และทีม เฟอร์รารี่ ทุ่มเทแบบ ‘พลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน’ เพื่อสนับสนุนเขา โดยลูอิสไม่ได้แค่ขับอย่างเดียว แต่เข้าไปมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนทีมวิศวกรที่ดูแลเขาแทบทั้งหมด เพื่อปรับทิศทางการพัฒนาตัวรถให้ตรงจุดมากขึ้น
“ทีมงานยอดเยี่ยมมากและทุ่มเทให้ผมแบบสุดตัว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่ผมต้องการจะเปลี่ยน ผมเปลี่ยนทีมเรซทั้งหมดในส่วนของวิศวกร และผมช่วยผลักดันให้รถคันนี้พัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้อง”
เป้าหมายต่อไป: ทลายกำแพง เมอร์เซเดส
แม้จะชนะในสเปน แต่แฮมิลตันก็ยังถ่อมตัวและยอมรับว่า เมอร์เซเดส อดีตทีมเก่าของเขายังมีแพ็กเกจรถที่ ‘น่าทึ่ง’ และแข็งแกร่งกว่าในภาพรวม ซึ่งเขาบอกว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
“ผมฝันถึงสิ่งนี้มาตั้งแต่เด็ก ตอนที่ผมนั่งกินแซนด์วิชเบคอนอยู่บนโซฟาและดูเฟอร์รารี่ชนะ… ผมคิดว่านี่เป็นเพียงการเริ่มต้น เมอร์เซเดสมีแพ็กเกจที่ยอดเยี่ยมและแข็งแกร่งมาก เราต้องทุ่มเทกันให้ถึงที่สุดเพื่อลดช่องว่างและก้าวข้ามพวกเขาให้ได้แบบสม่ำเสมอ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ เราจะเดินหน้าไปทีละก้าว”
เอาเป็นว่าตอนนี้ราชาคืนบัลลังก์แล้ว! มาลุ้นกันว่าการปรับจูนทีมแบบยกชุดของแฮมิลตัน จะพาเฟอร์รารี่กลับมาครองความยิ่งใหญ่ได้เบ็ดเสร็จแค่ไหนในฤดูกาลนี้!
ที่มา: formulapassion.it