
บอกเลยว่าเดือดจัด! สำหรับการแข่งขันบาร์เซโลนา กรังด์ปรีซ์ 2026 ที่ผ่านมา ใครเห็นผลลัพธ์ตอนจบที่ ลูอิส แฮมิลตัน ในสีเสื้อ เฟอร์รารี่ ทิ้งห่าง จอร์จ รัสเซลล์ ถึง 19.561 วินาที อาจจะคิดว่า ‘โห… รถเฟอร์รารี่ปีนี้มันปีศาจชัดๆ!’ แต่ช้าก่อนครับเพื่อนๆ แอดขอพาไปกะเทาะเปลือกดูข้อมูลเชิงลึกกันหน่อยว่า จริงๆ แล้วมันคือความเหนือชั้นทางความเร็ว หรือเป็นเรื่องของจังหวะนรกกันแน่!
จุดเปลี่ยนเกม: VSC ที่มาได้ถูกที่ ถูกเวลา
ต้องยอมรับว่าจุดเปลี่ยนสำคัญของเรซนี้เกิดขึ้นในรอบที่ 40 เมื่อ เฟอร์นันโด อลอนโซ่ กับรถ แอสตัน มาร์ติน เกิดปัญหาจนต้องจอด ทำให้มีการประกาศ Virtual Safety Car (VSC) ซึ่งจังหวะนี้แหละคือ ‘สวรรค์’ ของแฮมิลตัน เพราะเขามีระยะห่างนำหน้าอยู่ถึง 17.963 วินาที ทำให้เจ้าของฉายา Sir Lewis สามารถแวบเข้าพิทเปลี่ยนยางได้แบบชิลๆ โดยที่ไม่เสียตำแหน่งผู้นำเลยแม้แต่นิดเดียว
แถมกลยุทธ์ Three-stop (เข้าพิทรอบ 11, 27 และ 41) ของเฟอร์รารี่ในครั้งนี้ดูจะเข้าทางสุดๆ แม้ว่ายาง Pirelli ในปี 2026 นี้จะมีอัตราการสึกหรอที่สูงปรี๊ดถึง 0.15 วินาทีต่อรอบ และความแตกต่างระหว่างคอมพาวด์ยางก็น้อยมากจนน่าตกใจ แต่การได้ยางสดในช่วงท้ายเกมภายใต้ VSC คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ช่องว่างเวลาถ่างออกไปไกลขนาดนั้น
เบื้องหลังความพ่ายแพ้ของเมอร์เซเดส: ไม่ใช่แค่เรื่องความเร็ว!
ฝั่ง เมอร์เซเดส เองก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ พยายามจะไล่กวดแฮมิลตันให้ทัน แต่จุดพลิกผันอยู่ที่การเข้าพิทครั้งสุดท้ายของ จอร์จ รัสเซลล์ ที่ดันเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น! แอดแอบสืบมาว่า มีปัญหาที่ ‘ปืนยิงปรับปีกหน้า’ (Adjustor Gun) ทำให้การปรับเซ็ตปีกหน้าผิดพลาด ส่งผลให้รถของรัสเซลล์เกิดอาการ Oversteer (ท้ายปัด) อย่างหนักในช่วง Stint สุดท้าย ทำให้เขาไม่สามารถรีดประสิทธิภาพของรถออกมาได้เต็มที่
โตโต้ วูล์ฟฟ์ บอสใหญ่ของเมอร์เซเดสยอมรับแบบแมนๆ ว่า “ลูอิสเป็นคนที่เร็วที่สุดในช่วงท้าย ดังนั้นต่อให้เราออกนำหน้าเขาได้ การจะรั้งเขาไว้ข้างหลังก็คงเป็นเรื่องที่ยากมากอยู่ดี”
วิเคราะห์ฟันธง: ถ้าไม่มี VSC ใครจะชนะ?
ตรงนี้แหละที่น่าสนใจ! ซิโมเน เบอร์รา หัวหน้าวิศวกรของ Pirelli ตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าไม่มี VSC แฮมิลตันอาจจะไม่ชนะง่ายๆ แบบนี้ เพราะการใช้กลยุทธ์ 3 สต็อป มีความเสี่ยงสูงที่จะต้องไปติดกลุ่มรถช้า (Traffic) ซึ่งถ้าต้องไปไล่แซงนักขับฝีมือฉกาจอย่าง นอร์ริส, คิมี อันโตเนลลี หรือรัสเซลล์ ในสนามบาร์เซโลนา มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ขณะที่ เฟรด วาสเซอร์ ทีมบอสของเฟอร์รารี่มั่นใจเต็มร้อยว่า “ผมเชื่อว่าเราจะชนะเรซนี้อยู่ดี แต่อาจจะทิ้งห่างน้อยกว่านี้หน่อย เพราะเราอยู่ในสถานการณ์ที่ดีที่มีชุดยางใหม่ในช่วงนั้น ผมไม่อยากมานั่งคำนวณว่าถ้าเกิดแบบนั้นแบบนี้จะเป็นยังไง แต่ผมคิดว่าเราได้เปรียบอยู่แล้ว”
อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์หลังแข่งของเมอร์เซเดส สรุปว่าถ้าไม่มี VSC แฮมิลตันก็น่าจะขึ้นนำได้ในช่วง 2-3 รอบสุดท้ายอยู่ดี และจะชนะด้วยระยะห่างเพียง 1-2 วินาทีเท่านั้น ไม่ใช่เกือบ 20 วินาทีเหมือนที่เห็นในผลการแข่งขัน!
สรุปสั้นๆ คือ แฮมิลตันเร็วจริง เฟอร์รารี่ทำมาดีจริง แต่ดวงกับความผิดพลาดของคู่แข่งก็ช่วยส่งให้ชัยชนะครั้งนี้ดู ‘ขาดลอย’ จนกลายเป็นสถิติการชนะที่ห่างที่สุดของฤดูกาล 2026 ไปเลยครับ!
ที่มา: the-race.com