
สายซิ่งเตรียมตัวให้พร้อม! วันนี้แอดจะพาทุกคนไปส่องชีวิตของ คอลตัน เฮอร์ตา หนุ่มไฟแรงที่ยอมทิ้งความสำเร็จใน IndyCar เพื่อกระโดดเข้าสู่โลกของ Formula 1 แบบเต็มตัว ซึ่งล่าสุดในรายการ Spanish Grand Prix ที่บาร์เซโลนา เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา บอกเลยว่าเป็นสุดสัปดาห์ที่ ‘ครบรส’ ยิ่งกว่าบุฟเฟต์หมูกระทะเสียอีก!
เดบิวต์ FP1 กับ Cadillac: ความเร็วที่ทำให้ต้องอ้าปากค้าง
ไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอยคือการที่ เฮอร์ตา ได้โอกาสลงขับในรอบซ้อม FP1 ให้กับทีม Cadillac F1 ด้วยรถรุ่น MAC-26 ซึ่งเจ้าตัวจัดไป 27 รอบสนาม แม้เวลาจะตามหลังเพื่อนร่วมทีมอย่าง วัลต์เตริ บอตทาส อยู่เกือบ 2 วินาที และห่างจากกลุ่มหน้าประมาณ 4.334 วินาที แต่สำหรับคนที่เพิ่งย้ายค่ายมา สิ่งนี้ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญมาก
“แค่เรื่องความเร็วของรถครับ เวลาใครพูดถึงรถ F1 ในรอบ Push Lap มันคือความเร็วที่แท้จริง ซึ่งเป็นส่วนที่น่าประทับใจที่สุด ทั้งการเบรก การเร่ง และการเข้าโค้ง ทุกอย่างมันเร็วกว่าทุกสิ่งที่ผมเคยขับมา มันน่าทึ่งมากครับ”
— คอลตัน เฮอร์ตา ให้สัมภาษณ์
แม้จะบอกว่าเวลา 1 ชั่วโมงใน FP1 มันน้อยเกินกว่าจะทำให้รู้สึกคุ้นเคย แต่เฮอร์ตาก็ยอมรับว่างานใน Simulator ช่วยได้เยอะมาก แต่พอมาเจอของจริง ความรู้สึกมันต่างออกไป โดยเฉพาะเรื่อง ‘ความเชื่อใจ’ ในตัวรถที่ต้องใช้เวลาปรับตัว ซึ่ง Marc Hynes หัวหน้าฝ่ายการแข่งขันของ Cadillac ก็ออกมาย้ำว่าการย้ายจาก IndyCar มาขับ F2 ในยุโรป และการหัดใช้ยาง F1 ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด
ดราม่า F2: เกือบจะได้โพเดียม แต่ดันมา ‘พลาดยามวิกาล’
ในฝั่งของ Formula 2 ซึ่งเป็นสนามฝึกหัดของเขา เฮอร์ตาเริ่มต้นด้วยอันดับ 13 ของตารางคะแนน แต่ที่บาร์เซโลนาเขาโชว์ฟอร์มดุ! คว้าโพลอันดับ 8 ซึ่งตามกฎ Reverse Grid ทำให้เขาได้ออกสตาร์ท Sprint Race ในอันดับที่ 3
จังหวะพีคคือการแซง Nikola Tsolov ที่ชิเคนโค้ง 7/8 แบบเหนือชั้นจนแฟนๆ ต้องร้องว้าว! แต่แล้วดราม่าก็เกิดขึ้นในรอบสุดท้าย เมื่อเฮอร์ตาเกิด Lock-up จนรถกว้างที่โค้ง 5 ทำให้โพเดียมแรกใน F2 หลุดลอยไปต่อหน้าต่อตา จบการแข่งขันที่อันดับ 5 ส่วนใน Feature Race ก็โดนปัญหาเรื่องยางเสื่อมสภาพเล่นงานจนร่วงไปจบอันดับ 15
เส้นทางสู่ Superlicense: ขาดอีกนิดเดียว!
ตอนนี้เฮอร์ตามีคะแนนสะสมสำหรับ FIA Superlicense อยู่ที่ 36 คะแนน (ได้จาก IndyCar ปี 2024-2025 และการลง FP1 ครั้งนี้) ซึ่งเขาต้องการอีกเพียง 4 คะแนนเพื่อให้ครบ 40 คะแนน ถึงจะมีสิทธิ์นั่งเบาะ F1 แบบเต็มตัวในอนาคต
Graeme Lowdon ทีมผู้จัดการของ Cadillac ยันชัดว่า เป้าหมายของเฮอร์ตาใน F2 ไม่ใช่การไล่ล่าแชมป์ แต่คือการ ‘ปรับตัว’ ให้เข้ากับยางและสนามในยุโรป ซึ่งตัวเฮอร์ตาเองก็ยอมรับแบบแมนๆ ว่า:
“ในฐานะนักแข่ง ผมอยากแข่งขัน อยากชนะ และอยากทำผลงานให้ดี นั่นคือสิ่งที่เราพยายามทำอยู่ แต่โชคร้ายที่ตอนนี้มันยังไม่เกิดขึ้น เราแค่ต้องก้มหน้าก้มตาพัฒนาต่อไป แต่ผมเชื่อว่าทุกสัปดาห์เราดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ”
ขณะที่ภาพรวมของ F1 ในปี 2026 นี้ ดูเหมือนว่า ลูอิส แฮมิลตัน จะยังคงความโหดที่บาร์เซโลนา ส่วน คิมี อันโตเนลลี ก็ยังคงนำโด่งเป็นจ่าฝูงของแชมเปี้ยนชิพ ซึ่งเป็นกำแพงสูงชันที่เฮอร์ตาต้องก้าวข้ามไปให้ได้ในอนาคต!
ที่มา: the-race.com