
บอกเลยว่าสุดจัด! สำหรับศึก Spanish Grand Prix 2026 ที่สนามบาร์เซโลนา-กาตาลุนญ่า เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ใครจะไปคิดว่าเราจะได้เห็นภาพประวัติศาสตร์ ลูอิส แฮมิลตัน คว้าชัยชนะครั้งแรกในสีเสื้อแดงแรงฤทธิ์ของ เฟอร์รารี่ ได้สำเร็จ! งานนี้ทำเอาแฟนๆ ม้าลำพองเฮลั่นสนาม ส่วนใครจะรุ่งหรือจะร่วงในสายตาคณะกรรมการ Power Rankings มาดูสรุปแบบเจาะลึกฉบับแอดกันเลย!
👑 King of Barcelona: ลูอิส แฮมิลตัน (10/10)
ต้องยอมรับว่า ลูอิส แฮมิลตัน มาเพื่อฆ่าจริงๆ เริ่มจากความใจป้ำ ยอมสละรอบวิ่ง FP1 ให้ดาวรุ่งอย่าง Dino Beganovic ได้ลองรถ แต่พอถึงเวลาเอาจริงใน Q3 พี่แกก็โชว์ความเก๋า กดรอบสุดท้ายแบบ ‘Blistering Lap’ คว้าโพลโพสิชั่นมาครองได้แบบสะใจ
ความพีคยังไม่หมดแค่นั้น ในวันแข่ง ลูอิสเลือกใช้กลยุทธ์ Three-stop ที่กล้าบ้าบิ่นสุดๆ แต่ดันได้ผลชะงัด คว้าแชมป์ไปครองพร้อมคะแนนเต็ม 10 จากกรรมการแบบไร้ข้อกังขา สมศักดิ์ศรีแชมป์โลกตลอดกาลจริงๆ!
🏎️ ศึกสายเลือดเมอร์เซเดส: รัสเซลล์ vs อันโตเนลลี
ฝั่ง เมอร์เซเดส ก็มีดราม่าให้เราได้ลุ้น จอร์จ รัสเซลล์ มาแรงตั้งแต่รอบซ้อม นำทั้ง FP1 และ FP3 แถมยังคว้าโพลได้เป็นครั้งที่ 3 ของซีซัน 2026 แต่พอถึงเวลาแข่งจริง จอร์จดันมัวแต่พะวงกับการป้องกันตำแหน่งจากเพื่อนร่วมทีมอย่าง คิมี อันโตเนลลี จนโดน ลูอิส แซงหน้าไป จบที่อันดับ 2 แบบน่าเสียดาย
ส่วนเจ้าหนู คิมี อันโตเนลลี งานนี้มีหลุด! หลังจากควอลิฟายได้ P3 (ซึ่งเป็นครั้งแรกของซีซันที่ไม่ได้ออกสตาร์ทแถวหน้า) คิมียอมรับแบบแมนๆ ว่า “ผมยอมรับว่าขับกดดันรถมากเกินไป (Overdriving) และพยายามหาความเร็วในสภาพอากาศที่ร้อนจัด ซึ่งมันยากจริงๆ” และสุดท้ายก็ต้องลาสนามไปเพราะปัญหาทางเทคนิคในขณะที่กำลังไล่บี้กับ จอร์จ รัสเซลล์
📈 ผู้ที่คืนชีพและม้ามืด
ทางด้าน แลนโด นอร์ริส จาก แม็คลาเรน กลับมาทำแต้มได้สักทีหลังจาก DNF รวดใน แคนาดา และ โมนาโก โดยนอร์ริสออกสตาร์ท P4 และจบที่ P3 หลังจากที่ คิมี อันโตเนลลี รีไทร์ไป
ส่วนเซอร์ไพรส์ของงานต้องยกให้ ไอแซก แฮดจาร์ ที่ควอลิฟายได้เกือบจะ P3 (ห่างไม่ถึง 0.1 วินาที!) แม้จะออกตัวพลาดจนร่วงลงไปท้ายแถว แต่โชว์สกิลการขับไล่ล่าจนกลับมาจบ P6 ได้อย่างเหนือชั้น โดยเจ้าตัวบอกว่า “ผมยังคงมองโลกในความเป็นจริงเกี่ยวกับโอกาสของ เรดบูลล์ ในสุดสัปดาห์นี้”
📉 ความปวดตับของทีมอื่น
- แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน: ประสบปัญหา Grip ต่ำตั้งแต่วันศุกร์ แม้จะควอลิฟายติด Top 5 แต่จบที่ P4 แบบได้โชคช่วยจากการรีไทร์ของคนอื่น
- ออดี้: นิโค ฮูลเคนเบิร์ก เจอเหตุการณ์สุดเพี้ยน (Bizarre) เมื่อกรวดในสนามทำให้เกิดปัญหาทางเทคนิคจนต้องรีไทร์
- อัลพีน: มีดราม่าสั่งสลับตำแหน่งระหว่าง ปิแอร์ แกสลีย์ และ ฟรังโก้ โคลาปินโต้ โดยโคลาปินโต้ที่เร็วกว่าถูกสั่งให้หลีกทางให้แกสลีย์ แถมยังโดนโทษ 10 วินาทีหลังแข่งฐานฝ่าธงเหลือง จนร่วงไปจบ P10
- อาร์บี (วีซ่า แคช แอป อาร์บี): มาพร้อมลวดลายรถ (Livery) ธีมฟุตบอลสุดแนว และทำผลงานเยี่ยมด้วยการเก็บแต้มคู่ โดย เลียม ลอว์สัน จบ P8 และน้องใหม่ อาร์วิด ลินด์บลัด ที่แม้จะขับหลุดทางในรอบแรกแต่ก็ยังกัดฟันจบ P9
สำหรับคนที่ ‘เกือบ’ ติดอันดับ Power Rankings ครั้งนี้ ได้แก่ ออสการ์ ปิอัสตรี ที่ฟอร์มดรอปจบ P5, คาร์ลอส ซายน์ซ ที่ขาดความเร็วจบ P12 และ เซร์คิโอ เปเรซ จาก แคดิลแลค ที่เป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวของทีม จบอันดับ 14
ที่มา: formula1.com