ระดับตำนาน! แฮมิลตันคว้าชัยครั้งแรกกับเฟอร์รารี่ที่บาร์เซโลนา พร้อมดราม่า ‘ความเละเทะ’ เรื่องโทษที่โมนาโก

ระดับตำนาน! แฮมิลตันคว้าชัยครั้งแรกกับเฟอร์รารี่ที่บาร์เซโลนา พร้อมดราม่า 'ความเละเทะ' เรื่องโทษที่โมนาโก

บอกเลยว่าแมตช์นี้มันส์หยด! ใครจะไปเชื่อว่าในวัย 41 ปี ลูอิส แฮมิลตัน จะยังคงความโหดเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเปลี่ยนชุดแข่งเป็นสีแดงเพลิงของ เฟอร์รารี่ โดยเจ้าตัวเพิ่งโชว์ฟอร์มเทพคว้าชัยชนะครั้งแรกกับทีมม้าลำพองในรายการ บาร์เซโลนา-กาตาลุนญ่า กรังด์ปรีซ์ ไปแบบขาดลอย ทำสถิติเป็นผู้ชนะ F1 ที่อายุมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1970 นู่นเลยพี่ชาย!

ความพีคคือชัยชนะครั้งนี้ทิ้งห่างจากครั้งแรกที่เขาชนะกับแม็คลาเรนในปี 2007 ถึง 19 ปีเต็ม! งานนี้ มาร์ติน บรันเดิล กูรูตัวตึงจาก Sky Sports F1 ถึงกับออกปากชมว่า “ยินดีกับ ลูอิส แฮมิลตัน และเฟอร์รารี่ สำหรับชัยชนะที่เหนือชั้นในบาร์เซโลนา ผมรักเลยที่จะได้เห็นยอดฝีมืออย่าง อลัน โปรสต์, ไนเจล แมนเซลล์, ไมเคิล ชูมัคเกอร์, เซบาสเตียน เวทเทล และตอนนี้คือ ลูอิส ที่สามารถคว้าชัยครั้งแรกให้กับทีมระดับไอคอนทีมนี้ได้ พวกเขาคือปริศนาของกีฬาประเภทนี้จริงๆ”

ส่องเบื้องหลังชัยชนะ: กลยุทธ์ 3 สตอป และดวงที่มาถูกจังหวะ

สนามนี้ไม่ได้ง่ายนะจ๊ะ เพราะอุณหภูมิแทร็กพุ่งสูงถึง 50 องศา แถม Pirelli ยังเลือกคอมพาวด์ยางที่นิ่มกว่าและพังไวกว่าปีที่แล้ว ประกอบกับกฎระเบียบปี 2026 ที่ทำให้รถมีดาวน์ฟอร์สน้อยลง ส่งผลให้รถมีอาการสไลด์และล้อฟรีเยอะขึ้นมาก

ในขณะที่ จอร์จ รัสเซลล์ สตาร์ทจากโพลโพซิชั่น แต่ลูอิสที่สตาร์ทอันดับ 2 ใช้กลยุทธ์เข้าพิท 3 ครั้ง ซึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญคือช่วงรอบที่ 40 เมื่อ เฟอร์นันโด อลอนโซ่ รีไทร์ ทำให้มี VSC (Virtual Safety Car) ออกมา ซึ่งลูอิสใช้จังหวะนี้เข้าพิทแบบ ‘ราคาถูก’ จนรักษาความเป็นผู้นำไว้ได้ และเข้าเส้นชัยทิ้งห่างอันดับสองถึง 19 วินาที!

ทางด้านรัสเซลล์ แว่วมาว่ามีอาการ ‘งอน’ (miffed) ทีมงานนิดหน่อยที่สั่งให้เข้าพิทเร็วเพื่อกันท่าลูอิส ซึ่งบรันเดิลวิเคราะห์ว่า “จอร์จรู้สึกว่าเขาสามารถใช้ยางได้คุ้มกว่านี้และทิ้งห่างได้มากกว่าถ้าเขารู้ล่วงหน้า… นี่เป็นธีมหลักของเขารอบนี้เลย และเป็นสิ่งที่จอร์จต้องรีบแก้ถ้าอยากได้แชมป์โลก เพราะตอนนี้ลูอิสดูจะเป็นเบอร์หนึ่งของทีมอย่างชัดเจน”

ดราม่า ‘ความเละเทะ’ ที่โมนาโก และจุดจบที่น่าเศร้าของดาวรุ่ง

นอกจากเรื่องในสนามแล้ว ยังมีประเด็นเดือดเรื่องโทษย้อนหลังของ ปิแอร์ แกสลีย์ ที่โมนาโก ซึ่งศาลตัดสินยกเลิกโทษความเร็วเกินกำหนด 2 ครั้ง ทำให้แกสลีย์ได้อันดับ 3 คืนมา! สาเหตุเพราะ ‘ลูปจับเวลา’ ในพิทเลนโมนาโกสั้นกว่าปกติ 77 เซนติเมตร ทำให้ค่าความเร็วเพี้ยน (อ่านได้ 60.1 กม./ชม. ทั้งที่ลิมิตคือ 60 กม./ชม.)

งานนี้ เมอร์เซเดส, แม็คลาเรน และ เรดบูลล์ ไม่ยอมแน่ เตรียมยื่นอุทธรณ์กันยกใหญ่ ส่วนเฟอร์รารี่น่ะเหรอ? ยิ้มหวานสิครับ ไม่ยื่นอุทธรณ์แน่นอนเพราะได้ประโยชน์เต็มๆ ที่คู่แข่งโดนตัดแต้ม บรันเดิลถึงกับส่ายหน้าว่า “มันเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและน่าอึดอัดใจมาก นี่เป็นการสร้างบรรทัดฐานที่แย่เรื่องการไม่ลงโทษในเกมเพื่อรักษาสิทธิ์การโต้แย้งหลังแข่ง มันคือความเละเทะที่ไม่มีทางออกง่ายๆ เลย”

ปิดท้ายด้วยความซวยของ คิมี อันโตเนลลี ที่นำโด่งมาตลอดแต่ดันเครื่องพังรีไทร์ก่อนเข้าเส้นชัยเพียง 4 รอบ แถมหลังจบแข่งยังโดนปรับเวลาอีก 5 วินาทีเรื่องออกนอกแทร็กซะงั้น! ส่วน ชาร์ลส์ เลอแคลร์ ก็ไม่รอด จอดสนิทรีไทร์ช่วงท้ายเกมหลังจากชนกำแพงในรอบควอลิฟาย

สถานีต่อไปเตรียมตัวให้พร้อม! ออสเตรีย กรังด์ปรีซ์ เจอกันวันที่ 26-28 มิถุนายนนี้ บอกเลยว่าเดือดแน่นอน!


ที่มา: skysports.com